ไขแสง สุกใส : วันคืนก่อนถือแคนเข้ามอบตัว

เมื่อแรกรู้จัก คุณไขแสง สุกใส ในเย็นวันหนึ่งของปี 2509

“ พี่ไม่มีอาชีพ ทุกวันนี้เป็นเด็กวัด กินนอนอยู่กับท่านพระพิมลธรรมที่กุฏิวัดมหาธาตุ ”

“ การศึกษาของพี่น่ะ เขาเรียกปริญญา BKLY แปลว่า บางขวางลาดยาว ”

เมื่อแนะนำตัวกันอย่างนี้ ทำให้น่าสนใจว่า บุรุษคนนี้เป็นใครมาจากไหน ทำอะไรมา ผู้เขียนจึงได้เรียนรู้ชีวิตของนักต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมที่โชกโชน ได้ฟังเรื่องราวการต่อสู้ของประชาชนอิสานต่อต้านญี่ปุ่น สมัยเข้ามาอยู่บนแผ่นดินไทยตอนสงครามมหาเอเซียบูรพา  เรื่องของนักสู้อย่าง นายเตียง ศิริขันธ์   ครูครอง      จันดาวงศ์  สี่อดีตรัฐมนตรีที่ถูกยิงทิ้ง จิตร ภูมิศักดิ์   เปลื้อง วรรณศรี   กุหลาบ สายประดิษฐ์

บทกวีประชาชนชื่อ “ เปิบข้าวทุกคราวคำฯ ”  “ ใครคนประชาชนที่ ทระนงในนามไทยฯ ” “ พิชิตเถิด พิชิตข้า ชะตาเอ๋ยฯ ”  “ เพียงหวังจะเฟื่องฟุ้ง ฤาจึงมุ่งมาศึกษา ” “ เมืองสยามใหญ่กว้างสุด สายตาฯ ”  เป็นบทกวีที่พรั่งพรูจากความทรงจำของคุณไขแสง ให้ผู้เขียนได้จดและจำใส่ใจอย่างกระหายรู้

ผู้เขียนจึงไปมาหาสู่ แลกเปลี่ยนสนทนา ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าคุณไขแสงมีบทบาทสำคัญต่อจิตสำนึกทางการเมืองในเวลานั้น ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้

6  ตุลาคม  2516  วันที่เพื่อนๆ ในกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญจำนวน 11 คน จาก 28 คน ถูกตำรวจจับ อันเนื่องมาจากการแจกเอกสารเรียกร้องรัฐธรรมนูญที่สนามหลวง บางลำพู ประตูน้ำ ในข้อหาบ่อนทำลายความมั่นคงภายในราชอาณาจักร นับเป็นข้อหาฉกรรจ์ที่คนอย่างผู้เขียนออกจะหวาดผวาเอามาก ๆ

ผู้เขียนเป็นหนึ่งในจำนวน 17 คน ที่บังเอิญรอดพ้นจากการถูกจับ จึงโทรศัพท์ไปหา ดร.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ผู้ลงชื่อเรียกร้องหมายเลข 4  เป็นเจ้าของบ้านสะพานควาย ซึ่งเป็นที่จัดประชุมร่างคำแถลงของกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญเมื่อ 2-3 เดือนก่อนหน้านั้น

“ ประสารไปหาอาจารย์คึกฤทธิ์ (ปราโมช) สิ ใครๆ ก็เกรงใจอาจารย์ ท่านน่าจะหาหนทางช่วยอะไรได้ ”

คำแนะนำนี้ทำให้ผมตรงดิ่งไปบ้านเลขที่ 19 ซอยสวนพลูทันที อาศัยว่าเคยไปมาหาสู่หลายครั้ง จนนับเป็นศิษย์คนหนึ่ง ประกอบกับแม้ว่า อาจารย์คึกฤทธิ์จะไม่ได้ลงชื่อเรียกร้องรัฐธรรมนูญด้วย แต่ก็ให้สัมภาษณ์กับ ปรีดี บุญซื่อ ลงในวารสารกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ ฉบับที่แจกในวันจับกุม พูดถึงทฤษฎีสองวงกลม คือ วงกลมนอกหมายถึงประชาชน และวงกลมในหมายถึงข้าราชการ ที่อยู่ด้วยกันแต่เหมือนแยกออกจากกัน

“ อาจารย์ครับ พวกเราเดินแจกรัฐธรรมนูญวันนี้ ถูกจับกันไปแล้ว 11 คน ที่ประตูน้ำ ”

ยังไม่ทันพูดจบ ด้วยท่าทีไม่พอใจ เจ้าของบ้านส่งเสียงเข้มดุผู้เขียน

“ คุณจะเรียกร้องรัฐธรรมนูญ จะใส่ชื่อใครก็ใส่ไป คุณไปเอานายเลียง (ไชยกาล)  นายไขแสง (สุกใส)  ตำรวจเขาก็จับเอาสิ ”

ยามนั้นจะมีอะไรดีกว่าการไม่โต้ตอบ แต่ก็เอ่ยปากขอคำแนะนำ

“ จะทำอย่างไรดีครับ เมื่อถูกจับกันไปแล้วอย่างนี้ ”

“ คุณไปหาคุณนพพร (บุญยฤทธิ์ – บ.ก.สยามรัฐ)  เขาสนิทกับคุณประจวบ สุนทรางกูร (รองอธิบดีกรมตำรวจในเวลานั้น)  ให้เขาคุยดูซิ  จะประกันตัวอะไรกันได้ไหม ”

ในเวลานั้นจะคิดอะไรมากไม่ได้ ผู้เขียนตรงดิ่งไปที่ นสพ.สยามรัฐ  ถนนราชดำเนิน ทันที เมื่อแจ้งความประสงค์แล้ว คุณนพพร บุญยฤทธิ์  พากเพียรโทรศัพท์ต่อหาคุณประจวบ สุนทรางกูร แต่ก็ไม่เป็นผล

ค่ำแล้ว กะเวลาว่าคุณไขแสง สุกใส คงจะกลับถึงบ้านเช่าที่นนทบุรีแล้ว ผู้เขียนรีบบึ่งไปบ้านหลังนั้น มีผู้เขียนกับคุณไขแสงอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง ราวสามทุ่มเศษ

ด้วยท่าทีอ่อนระโหยโรยแรง ภายใต้อาการหวาดผวา ผู้เขียนเอ่ยปากหารือ

“ เราแจกใบปลิวกันธรรมดา ทำไมต้องถูกจับด้วย ”

ด้วยความไร้เดียงสาทางการเมือง ทำให้ผู้เขียนตั้งคำถามซื่อ ๆเช่นนี้

“ จำไว้นะประสาร ต่อสู้กับเผด็จการก็เป็นอย่างนี้ เป็นสัจธรรม ”

“ อาวุธไม่มี เข็มสักเล่มก็ไม่มี ”

“ เขาถึงเรียกว่าเผด็จการ คือถืออำนาจเป็นใหญ่ กี่ยุคกี่สมัยก็เป็นอย่างนี้ ”

“ แล้วเราต้องยอมจำนนเขาหรือ ”

“ พี่เชื่อว่า น้อง ๆ ต้องถูกปล่อยออกมา ” คุณไขแสงแสดงความมั่นอกมั่นใจ

“ ผมนึกไม่ออกเลยว่า ข้อหาฉกรรจ์แบบนี้ เพื่อนเราจะหลุดออกมาได้ยังไง ”

“ พี่จะหาทางแก้ปัญหาตามวิธีของพี่ เพื่อช่วยน้อง ๆ ที่ถูกจับ ”

“ รัฐบาลเขาจะเล่นงานพี่มั้ย พี่เป็นเจ้าของสำนักงานธรรมรังสี ที่เป็นศูนย์ทำงานของเราอย่างนี้ ”

“ พี่โดนแน่ ๆ แต่อย่าห่วง พี่มีบทเรียนมาแล้ว พี่เป็นพี่เลี้ยงพวกเราในคุกได้อย่างดี ”

“ แปลว่าพี่จะถูกจับด้วย ยังงั้นหรือ ”

“ ยังไม่รู้เหมือนกัน ต้องดูเหตุการณ์อีกซักวันสองวัน แต่ประสารอย่าท้อนะ นี่เป็นบทเรียนที่หนึ่งของการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ไม่มีอะไรได้มาฟรีหรอก ”

“ ผมควรจะทำอย่างไรต่อไป ” ผู้เขียนหารือ

“ลองนึกดูว่ามีใครเป็นเพื่อนเป็นมิตรที่จะช่วยเราได้ ไปหาเขา ขอความเห็นเขาเพื่อช่วยเพื่อนเราออกจากคุก”

ผู้เขียนร่ำลาจากคุณไขแสงด้วยอาการงงๆ เช้าวันรุ่งขึ้นจึงไปพบคุณสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ เลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.) ที่หอพัก ม.เกษตรศาสตร์ แล้วชวนกันไปหาคุณประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการ ศนท. ที่บ้านแถวถนนบรรทัดทอง มีการประชุม ศนท. วันนั้น แล้วออกแถลงการณ์

คัดค้านการจับกุม

8 ต.ค.  หนังสือพิมพ์ทุกฉบับพาดหัวข่าวตัวไม้ว่า “ ออกหมายจับไขแสง สุกใส  ทั่วประเทศ ”

9 ต.ค.  เวลา 10.00 น. คุณไขแสง สุกใส ถือแคนอีสานและหิ้วกระเป๋าแพนแอม บรรจุเสื้อผ้าเข้ามอบตัวที่ กองบังคับการตำรวจสันติบาล หนังสือพิมพ์พาดหัวอีกว่า ทางการจะใช้มาตรา 17 ควบคุมตัว นายไขแสง สุกใส

ระหว่างนั่งรอการสอบสวน คุณไขแสง ยังเป่าแคนเพลงอิสาน ไม่มีสะทกสะท้านใจอะไร แถมให้สัมภาษณ์ว่า “ ไม่ได้หวั่นวิตกอะไร ผมจะเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงให้น้อง ๆ ที่ถูกจับกุม ”

การมอบตัวครั้งนี้ ทำให้ผู้เขียนนึกย้อนไปถึงคำพูดของคุณไขแสงเมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 6 ตุลาฯ ที่ว่าจะหาทางช่วยพวกเรา จะไปเป็นพี่เลี้ยงของพวกเราในคุก

ภาพของคุณไขแสง สุกใส ถือแคนเข้ามอบตัว เป็นภาพแห่งความสะเทือนใจอย่างยิ่ง

ในเวลานั้น มีแต่คาดคิดกันไปว่า เพื่อนเราที่ถูกจับต้องเผชิญชะตาร้ายสถานเดียว อาจถูกประหารชีวิต หรือไม่ก็สิ้นอิสรภาพอย่างยาวนาน คุณไขแสงมีทางเลือกที่จะหนี หรือสู้ หากจะหนีสามารถทำได้โดยง่าย แต่กลับเลือกที่จะสู้  สู้ในที่นี้คือการมอบตัว ด้วยการเผชิญกับความจริง เตรียมตัวพร้อมที่จะถูกสอบสวน ทั้งยังพร้อมที่จะถูกยิงทิ้งเพราะมีประวัติถูกแขวนป้ายคอมมิวนิสต์มาแล้ว

ในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน แม้ว่าจะมีการชุมนุมนักศึกษาที่ลานโพธิ์ธรรมศาสตร์ แต่ก็เป็นคนจำนวนยังน้อยนิด ยังไม่แน่ว่าจะมีพลังขึ้นมาหรือเปล่า

คนที่ยอมเอาเสรีภาพ  กระทั่งชีวิตของตนเองเข้าสู้กับอำนาจอธรรม

คนที่คิดถึงน้องๆ  และเพื่อนๆ  ในฐานะนักโทษการเมืองรุ่นพี่  จึงขอเข้าไปเป็นกำลังใจให้นักโทษรุ่นน้อง

คนที่จะตัดช่องน้อยแต่พอตัว เอาตัวรอดปลอดภัยก็ย่อมได้ แต่กลับเลือกทำตรงกันข้าม

คนที่มองเห็นอนาคตการต่อสู้ของประชาชนที่มีความหมายยิ่งใหญ่ต่อประชาธิปไตยของไทย

ถ้าไม่ใช่จิตใจแห่งการต่อสู้ที่เสียสละสูงสุด โดยไม่คำนึงถึงชีวิตของตนเองเลย จะไม่สามารถตัดสินใจเช่นนั้นได้เลย

และแล้ววันที่  14  ตุลาคม  2516  เราก็ได้เห็นวีรภาพอันสง่างามของประชาชนเรือนแสน เรือนล้าน ที่หลอมใจเป็นดวงเดียวกันเคลื่อนขบวนสู้รบกับเผด็จการ โดยไม่มีใครเลยที่นึกถึงประโยชน์ส่วนตน

ดุจเดียวกับจิตใจสู้รบของคุณไขแสง สุกใส ที่ได้ตัดสินใจเข้ามอบตัว 5 วัน ก่อนหน้านั้น เพียงเรื่องนี้เรื่องเดียว  ก็ควรค่าแก่การก้มกราบจิตวิญญาณอันสูงส่งของคุณไขแสง สุกใส ไปอย่างไม่อาจลืมเลือนได้ตราบนานเท่านาน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s