ความรักที่ถูกมองข้าม

ความรักที่ถูกมองข้าม
          ผู้ใช้นามว่า “ ขจรศักดิ์ เป็นใครก็ไม่ทราบ  แต่ได้เห็นอยู่เรื่อยๆ ในสื่อออนไลน์ ทั้งในไลน์และ เฟสบุ๊ค ว่าเป็นคนช่างสรรหา และแปลถ้อยคำๆ เรื่องดีๆ มาเผยแพร่เป็นประจำ อย่างมีคุณูปการทางใจยิ่งนักต่อผู้คนในยุคเสพสื่ออิเลคทรอนิคในปัจจุบัน
 
เรื่อง “ ความรักที่ถูกมองข้าม ”  เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่จับใจมากๆ
 
            ตอนจะเข้านอนก็ร่วมๆ 5 ทุ่ม ข้างนอกหิมะกำลังโปรยปรายลงมา ฉันซุกตัวเข้าไปในผ้านวมหนาๆ หยิบเอานาฬิกาปลุกขึ้นมาตั้งเวลา  แบตเตอรี่หมด ที่บ้านก็ไม่มีสำรอง จึงโทรศัพท์ทางไกลไปหาแม่
 
            “ แม่จ๋า นาฬิกาปลุกของหนูหยุดเดิน พรุ่งนี้ต้องไปประชุมแต่เช้าที่บริษัท วานแม่โทรศัพท์ปลุกหนูตอนหกโมงเช้านะ ”
 
            เสียงแม่แหบเล็กน้อย คงหลับไปแล้ว ตอบสั้นๆว่า
 
“ ได้จ้า ”
 
            กำลังฝันดีตอนโทรศัพท์ดัง ฟ้ายังมืดมิด เสียงแม่ดังมาในสาย
 
“ ตื่นได้แล้ว ”
 
ฉันเงยหน้ามองนาฬิกา นี่มันแค่ 05.40 น. รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย 
 
“ บอกแม่ให้ปลุกตอนหกโมงไม่ใช่เหรอ ขอหนูนอนอีกหน่อยก็ไม่ได้ แต่ช่างเหอะ ” 
 
ฉันพูดเชิงต่อว่านิดๆ แม่ไม่ได้พูดอะไร ฉันวางสาย
            ออกจากบ้าน วันนี้หนาวจริงๆ หิมะยังตกไม่หยุด ขาวโพลนไปหมด ยืนรอรถเมล์ด้วยความหนาวสั่น ฉันได้แต่ยืนซอยเท้าช่วยไล่ความหนาว ข้างๆ มีสามีภรรยาสูงวัยหัวขาวโพลนกำลังยืนอยู่เช่นกัน ได้ยินสามีพูดกับภรรยาว่า
 
“ ดูสิ เธอเล่นนอนกระสับกระส่ายทั้งคืน รีบปลุกฉันให้ตื่นตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้ว ต้องมายืนรอนานโดยใช่เหตุ ”
           
รถเมล์เที่ยวแรกเคลื่อนเข้ามาจอดที่ป้าย ฉันก้าวขึ้นรถไป โชเฟอร์คนนี้เป็นคนหนุ่มที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน พอฉันขึ้นรถ ประตูปิดแล้ว เขาเตรียมออกรถ ฉันรีบตะโกนบอกเขาว่า
 
“ นี่คุณ ยังมีคนแก่อีกสองคนยืนรอรถอยู่ข้างล่าง อากาศหนาวซะขนาดนี้ คนเขายืนรอมาตั้งนาน ทำไมไม่ให้เขาขึ้นรถก่อน ”
           
โชเฟอร์หนุ่มตอบด้วยสีหน้าแจ่มใสว่า
 
“ ไม่เป็นไรครับ นั่นเป็นพ่อแม่ผมเอง วันนี้ผมมาทำหน้าที่ขับรถวันแรก ท่านมายืนให้กำลังใจผมครับ ”
           
ฉันหันไปมองคนแก่คู่นั้น เขากำลังโบกมือพร้อมส่งรอยยิ้มให้กับลูกชายอย่างชื่นชม ฉันพลอยรู้สึกยินดีกับชายหนุ่มที่มีพ่อแม่น่ารักแบบนี้
           
พอได้ที่นั่งเรียบร้อย ฉันได้รับเอสเอ็มเอสจากพ่อ
 
“ ลูกรัก แม่โทษตัวเองใหญ่เลยที่ปลุกลูกตื่นเร็วไป แท้จริงแม่แทบไม่กล้าหลับ กระสับกระส่ายทั้งคืน จนปลุกลูกเร็วไปหน่อย กลัวลูกจะไปประชุมไม่ทัน ”
           
 รู้สึกจุกแน่นหน้าอกขึ้นมาอย่างกะทันหัน ฉันเพิ่งจะรู้สึกยินดีกับพ่อหนุ่มโชเฟอร์ที่มีพ่อแม่น่ารักมาก แต่กลับไม่รู้สึกยินดีกับตัวเองที่มีพ่อแม่เอาใจใส่ฉันถึงขนาดนี้ ซ้ำยังทำร้ายความรู้สึก แม่โดยไม่ได้ตั้งใจ วินาทีนั้นเริ่มรู้สึกได้เลยว่า ความรักของพ่อแม่เราเองที่ให้กับเราอย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา แต่มักถูกมองข้าม
 เหมือนมันเป็นสิ่งที่เราสมควรจะต้องได้รับอยู่แล้ว วินาทีนั้น มีแต่คำว่าละอายใจอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ  ขอโทษ ขอโทษจริงๆ………..
           
ความรักที่ถูกมองข้าม เกิดกับคนเป็นลูกที่มองไม่เห็น หรือบางทีก็แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นอย่างน่าเสียดาย ยิ่งนัก
           
ภาษิตชาวยิวบทหนึ่งกล่าวว่า
 
“ เวลาพ่อแม่ให้อะไรแก่ลูก ….ลูกหัวเราะ
เวลาลูกให้อะไรแก่พ่อแม่…..พ่อแม่แอบร้องไห้ ” /
 

ขอเปลี่ยนคำสาบาน

ใครๆ ก็รู้ว่าบุหรี่ ทำให้ร่างกายมนุษย์เป็นรังของสารพัดโรคที่ยากต่อการเยียวยารักษา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ โรคถุงลมโป่งพอง และมะเร็งปอด

เท่าที่รู้ขณะนี้มีเพื่อนสองคนเป็นมะเร็งปอดระยะที่สามทั้งคู่  จะเยียวยารักษาอย่างไร ก็ดูเป็นเรื่องที่ญาติรู้สึกกังวลใจเป็นกำลัง

น่าประหลาดว่า  ทั้งๆ ที่หน้าซองบุหรี่ จะมีทั้งภาพและคำเตือนที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นมหันตอันตราย  แต่ผู้คนทั้งหลายที่สูบบุหรี่ก็ยังปลื้มเปรมกับบุหรี่ที่เป็นมัจจุราชผ่อนส่งความตายให้กับตัวผู้สูบบุหรี่เอง

การรณรงค์ของ ส.ส.ส. และองค์กรต้านบุหรี่ของ นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ นั้น ได้ผลพอสมควร เพราะสามารถลดจำนวนผู้สูบลงได้อย่างมีนัยยะ  แต่ก็พบว่ามีเยาวชนคนสูบบุหรี่หน้าใหม่กลายมาเป็นผู้ติดบุหรี่เพิ่มเติม หักลบกลบกันแล้ว จำนวนผู้สูบบุหรี่จึงยังทรงๆ อยู่  ลดลงไม่มากเท่าที่ควรจะเป็น

เมื่อสองปีก่อน ผู้เขียนได้ไปเป็นวิทยากรอบรมให้กับบุคคลและองค์กรที่ทำงานเพื่อลดจำนวนผู้สูบบุหรี่จำนวนราว  30 คน  ภายใต้ชื่อโครงการ “ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทย เทิดไท้องค์ราชัน ” เป็นงานของ ส.ส.ส.  สำนักที่หนึ่ง ภายใต้การดูแลของ นพ.บัณฑิต ศรไพศาล

ผู้เขียนใช้ปรัชญาและเทคนิค AIC  โดยใช้ความปรารถนาดีและความคิดเชิงบวกเป็นหลักในการอบรมและดำเนินกิจกรรมตามโจทย์

ในชั้นเรียน นพ. วิวัฒน์  โรจนพิทยากร บุคคลที่ได้รับรางวัลอัมรินทร์และรางวัลเจ้าฟ้ามหิดลอันมีเกียรติยิ่งในฐานะบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการรณรงค์ควบคุมการระบาดของโรคเอดส์เมื่อกว่าสามสิบปี ล่วงมาแล้ว

นพ.วิวัฒน์  เล่าให้ฟังถึงเรื่อง “ ขอเปลี่ยนคำสาบาน ” ว่า นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดคนหนึ่งสูบบุหรี่จัด วันละ 2 ซองเป็นอย่างน้อย  จึงเป็นทั้งโรคถุงลมโป่งพอง และโรคมะเร็ง ร่างกายทรุดโทรมผิดหูผิดตาจนน่าตกใจ หมอมีลูกสาวที่เรียนจบปริญญาตรีและสอบได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ

เมื่อใกล้วันเดินทาง ลูกสาวคนเดียวของหมอเผยความในใจกับพ่อว่า

“ พ่อจ๋า หนูตัดสินใจสละสิทธิ์ทุนต่างประเทศ หนูจะไม่ไปแล้ว ”

“ ทำไมล่ะ โอกาสอย่างนี้หายากนะ ไปเถอะลูก อย่าทิ้งทุนเลย กว่าจะสอบได้มา ไม่ใช่ง่าย ติดขัดอะไร ก็บอกพ่อ ”  หมอผู้เป็นพ่อทักท้วง

“ พ่ออยากรู้ไหม ว่าทำไมหนูถึงไม่อยากไป ”   ลูกสาวตั้งคำถาม

“ อยากรู้ซี ”

“ หนูเกรงว่า ไปเรียนต่างประเทศถึง 2 ปีแล้ว หนูกลับมาจะไม่ได้เห็นหน้าพ่อ ” ลูกสาวตอบอย่างหนักแน่น ด้วยความรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยในสุขภาพของพ่อที่มีโรครุมเร้าจากการติดบุหรี่แต่พ่อไม่ยอมเลิก จนน่าห่วงว่าพ่อจะมีลมหายใจอยู่ได้อีกไม่นาน

พ่อนั่งนึกตรึกตรองชั่วขณะ ด้วยความเข้าใจในความห่วงใยสุขภาพที่ลูกมีต่อพ่อ พ่อชวนลูกสาวไปที่ห้องพระในบ้าน ชวนลูกกราบพระแล้ว บอกให้ลูกรู้ว่า ในห้องนี้มีพระหลวงพ่อที่ศักดิ์สิทธิ์มากที่พ่อเคารพนับถือ นาน ๆทีจะบนบานศาลกล่าวขอหลวงพ่อให้ช่วยและเมื่อใดที่ขอหลวงพ่อในสิ่งที่ชอบแล้ว หลวงพ่อมักจะดลบันดาลให้เสมอ

พ่อบอกกับลูกว่า

“ เอาอย่างงี้  ลูก ! พ่อจะพนมมือสาบานกับหลวงพ่อว่า วันไหนที่ลูกเดินทางไปวันนั้นพ่อจะหักดิบ เลิกบุหรี่โดยเด็ดขาดอย่างไม่มีเงื่อนไข หากพ่อผิดคำพูด กลับมาสูบบุหรี่อีก ขอให้หลวงพ่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์จงดลบันดาลให้พ่อมีอันเป็นไป ให้ประสบเคราะห์กรรมจนไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้ และอย่าได้ผุดอย่าได้เกิดอีกต่อไป อย่างนี้ดีไหมลูก ”

ลูกสาวฉุกคิดนิดหนึ่ง แล้วตอบว่า

“ ดีแล้วพ่อ แต่หนูขอร้องพ่อได้ไหม ขอให้พ่อเปลี่ยนคำสาบาน ”

“ เปลี่ยนอย่างไงลูก ”

“ ขอให้พ่อสาบานกับหลวงพ่อว่า  หากลูกสาวของพ่อเดินทางไปต่างประเทศแล้ว พ่อจะเลิกบุหรี่เด็ดขาด หากพ่อผิดคำสาบาน ขอให้ลูกสาวคนเดียวของพ่อคนนี้ จงมีอันเป็นไป ให้ประสบเคราะห์กรรมจนมีชีวิตอยู่ไม่ได้ และให้ลูกสาวคนนี้อย่าได้ผุดอย่าได้เกิดอีกต่อไป พ่อจะพูดอย่างนี้ได้ไหม ”

คำขอของลูกสาว สะเทือนใจอย่างแรง น้ำตาของพ่อไหลอาบแก้ม พ่อดึงตัวลูกสาวเข้าไปกอดอยู่ครู่หนึ่ง

หลังจากนั้น ลูกสาวก็เดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศตามสิทธิ์ของทุนนั้น และพ่อที่เป็นหมอก็เลิกสูบบุหรี่เด็ดขาดและสามารถฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างน่าดีใจ

เราจะสรุปได้หรือไม่ว่า ผู้เป็นพ่อ ไม่รักตนเองเลย ทำลายสุขภาพตนเองได้ตลอดเวลา แต่พ่อรักลูกสุดประมาณ

พลังแรงแห่งรักที่มีต่อลูกแล้วเห็นภาพอนาคตตามคำสาบานว่า ลูกสาวพร้อมพลีชีวิตขอตายแทนพ่ออย่างนี้ พ่อได้เรียนรู้จากลูกว่า ลูกรักพ่อเป็นที่สุด พ่อก็รักลูกไม่แพ้กัน แต่พ่อกลับไม่รักตนเอง แล้วพ่อจะดันทุรังสูบบุหรี่ทำร้ายตัวเองต่อไปได้
อย่างไร

ใครที่มีประสบการณ์ใกล้คียงกับเรื่องทำนองนี้จะเอาวิธีการนี้ไปใช้ก็ได้

การเปลี่ยนแปลงนั้น วิธีปกติที่พื้น ๆ ทั่วไปอาจไม่ได้ผล แต่ถ้าสามารถพูดพุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางของหัวใจ เป็นการกระชากอารมณ์ความรู้สึกอย่างรุนแรง จึงเป็นวิธีที่มีอานุภาพ / 
  &