การเมืองเรื่องของสัตว์ ANIMAL FARM

                นับเป็นเรื่องดี เมื่อ 29 พค. 62  พล.ท. วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวแล้วแถมท้ายว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแนะนำให้อ่านหนังสือ Animal Farm ฉบับภาษาไทย ที่ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตได้ดี

Animal Farm ของ George Orwell  เป็นนวนิยายที่ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Times ให้เป็นหนึ่งในนิยายภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด 100 เรื่องในระหว่างปี 2466 – 2548  และอยู่ในอันดับ 31 ของรายชื่อนิยายดีที่สุดในศตวรรษที่ 20 ของสำนักพิมพ์มอเดิร์นไลบรารี่

ในเมืองไทยเอง มีการแปลเป็นภาษาไทยมาแล้ว 10 ครั้ง  พิมพ์ครั้งแรกในปี 2502 ใช้ชื่อเรื่องภาษาไทยว่า ฟาร์มเดรัจฉาน (พ.ศ. 2502)  ผู้แปลคือ ม.ล. นิภา ภานุมาศ  ครั้งล่าสุดใช้ชื่อว่า การเมืองเรื่องสรรพสัตว์ (พ.ศ. 2561) ผู้แปลคือ สรวงอัปสร กสิกรานันท์

จอร์จ ออร์เวลล์  เขียนนวนิยายเรื่องนี้ในระหว่าง เดือนพฤศจิกายน 2486  ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2487  ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ เดือนสิงหาคม 2488  ซึ่งขณะนั้นอังกฤษเป็นพันธมิตรกับรัสเซียในสงครามโลกครั้งที่สอง  ชาวอังกฤษส่วนใหญ่ต่างยกย่องสตาลิน ที่เป็นผู้นำรัสเซียในตอนนั้น

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องล้อเลียนเสียดสี สะท้อนเหตุการณ์ปฏิวัติรัสเซียและการครองอำนาจของสตาลิน

จอร์จ ออร์เวลล์ เป็นคนอังกฤษเกิดในอินเดีย เมื่อปี 2446  เคยไปทำงานที่พม่า ไปช่วยฝ่ายซ้ายในสงครามกลางเมืองสเปน สุดท้ายกลับไปทำงานให้ BBC ที่อังกฤษ

เขาเห็นความไม่เป็นธรรมในการล่าอาณานิคมของอังกฤษ เขาปฏิเสธการแบ่งแยกชนชั้นในสังคมอังกฤษยุคนั้น เขาเห็นการเอาเปรียบของฝ่ายขวา เห็นความไม่เอาไหนของฝ่ายซ้าย และเห็นความน่ารังเกียจของการโฆษณาชวนเชื่อ

เรื่องย่อมีว่า บรรดาสัตว์ในฟาร์มปศุสัตว์แห่งหนึ่งเห็นว่า นายโจนส์  ซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์ม เป็นคนโหดร้าย ขี้เหล้า และไร้ความรับผิดชอบ ทำให้ชีวิตของสัตว์ในฟาร์มย่ำแย่ ในค่ำคืนหนึ่ง หมูเฒ่า ชื่อเมเจอร์ จึงชวนสัตว์ทั้งหมดลุกขึ้นปฏิวัติและได้รับชัยชนะ อีกสองวันต่อมา เฒ่าเมเจอร์ตาย หมูหนุ่มสองตัวคือ หมูสโนว์บอล และหมูนโปเลียน ได้ยึดอำนาจ และเปลี่ยนชื่อฟาร์มเดิมจาก แมเนอร์ฟาร์ม เป็น แอนนิมอลฟาร์ม

หมูสโนว์บอล สอนให้บรรดาสัตว์ได้อ่านเขียน ส่วนหมูนโปเลียนสอนลูกสุนัขให้รู้จักทฤษฎีของสัตว์ แม้ว่าในฟาร์มจะมีอาหารอุดมสมบูรณ์ แต่อาหารที่ดีเลิศถูกเก็บไว้ให้ หมูที่ตั้งตัวเป็นผู้นำของฟาร์ม

นายโจนส์  เจ้าของฟาร์มพยายามทวงคืนฟาร์มของตนเอง แต่ก็ล้มเหลว หมูสโนว์บอลจะเปลี่ยนฟาร์มให้ทันสมัยด้วยการสร้างกังหันลม แต่แล้วหมูนโปเลียนได้ใช้สุนัขไล่หมูสโนว์บอลออกไป แล้วประกาศตนเป็นผู้นำ

ในฐานะผู้นำ หมูนโปเลียนได้เปลี่ยนโครงสร้างการปกครองโดยให้มีคณะกรรมการหมู และบอกว่า การสร้างกังหันลมเป็นความคิดของ หมูสควีลเลอร์ สัตว์ในฟาร์มทุกตัว ทำงานหนัก เพราะหวังว่าชีวิตจะดีขึ้นหลังจากมีกังหันลมแล้ว  วันหนึ่งพายุพัด กังหันลมพังทลายลง แต่หมูสควีลเลอร์กับหมูนโปเลียนบอกว่า หมูสโนว์บอลสมคบคิดกับนายโจนส์ ทำลายกังหันลม หมูนโปเลียนยังทวงบุญคุณว่าเขาเป็นวีรบุรุษสู้กับนายโจนส์ ตอนที่นายโจนส์มาทวงฟาร์มคืน ทั้งๆที่ตอนนั้น หมูนโปเลียนไปหลบมุมอยู่ โดยปล่อยให้สัตว์อื่นๆ สู้กับนายโจนส์

หลายปีผ่านไป มีการสร้างกังหันลมขึ้นใหม่ แต่ไม่มีการติดไฟฟ้า ไม่ติดเครื่องทำความร้อน หมูนโปเลียนยืนยันว่าสัตว์ที่มีความสุข ต้องเป็นอยู่อย่างเรียบง่ายไม่ฟุ้งเฟ้อใดๆ สัตว์หลายตัวที่เป็นกลุ่มนำล้มตายลง นายโจนส์ก็ตายไป เหล่าหมูผู้นำเริ่มทำตัวเหมือนมนุษย์ ทั้งเดินด้วย 2 ขา ใส่เสื้อผ้า ดื่มเหล้า ถือแส้ นอนเตียง  เริ่มฆ่าสัตว์อื่น และบัญญัติ 7 ประการที่วางไว้ถูกเปลี่ยนเป็น “ สัตว์ทุกตัวเท่าเทียมกัน แต่สัตว์บางชนิดมีความเท่าเทียมมากกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ ” ( All animals are equal but some animals are more equal than others )

หมูนโปเลียนหันไปคบค้ากับคนจากฟาร์มอื่น ฉากของเรื่องจบลงตรงที่ กลุ่มคนนั่งมองหมูและมนุษย์เล่นไพ่กัน โดยแยกไม่ออกว่าคนหรือหมูต่างกันอย่างไร

เมื่อหมูทำตัวเหมือน”คน” พวกมันก็พบว่า ตัวเองไม่ต่างไปจาก “คน” ที่มันยึดอำนาจมา นั่นเอง

นี่คือบทเรียนเรื่องการใช้อำนาจ

  1. แม้ว่าเจตจำนงในการปฏิบัติ ต้องการให้เกิดความเสมอภาค ความเท่าเทียมกัน แต่เมื่อมีอำนาจจริง หมู      

นโปเลียนก็ปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ตามอำเภอใจตนเอง โดยไม่ฟังสัตว์อื่น การหลงอำนาจค่อยๆเกิดขึ้น มีการประท้วงต่อต้านในฟาร์มถึงการตายอย่างมีเงื่อนงำและการฆ่า “ อย่างมีเหตุผล ” มากมาย ( กฎข้อ 6 ถูกแก้ไขใหม่ว่าการฆ่าทำได้หากมีเหตุผล )

                บรรดาสัตว์ในฟาร์มไม่กล้ายืนยันสิ่งที่ถูกต้องเพราะเกรงกลัวต่ออำนาจ กลายเป็นกลุ่มสัตว์ที่หมอบราบคาบแก้ว ไม่ว่าหัวหน้านโปเลียนจะพูดและทำอย่างไรก็เอออวยไปด้วยทั้งหมด แม้พวกเขาจะอยู่อย่างไร้เสรีภาพและไม่มีความสุขก็ตาม

“ อำนาจทำให้ฉ้อฉล อำนาจเด็ดขาดทำให้ฉ้อฉลเบ็ดเสร็จ ” ( Power tends to corrupt , absolute power corrupts absolutely )  Lord Acton

                หมูนโปเลียน คิดและทำเพื่อตัวเองและพวกพ้อง ใช้อำนาจสั่งการตามอำเภอใจ สั่งให้สัตว์ทำงานในฤดูหนาว ท่ามกลางความเย็นโดยไม่สนใจให้อาหารและให้เวลาพักผ่อน ไม่สนใจความเดือดร้อนทั้งปวงของสัตว์อื่นๆ

                นิทานเรื่อง การเมืองเรื่องสรรพสัตว์ นี้ให้บทเรียนสำคัญที่สุดในเรื่องอำนาจและการใช้อำนาจ เมื่อแรกที่ไร้อำนาจนั้น  จะพูดจะทำอะไรก็ดูดีไปหมด แต่เมื่อมีอำนาจอยู่ในมือเมื่อไร ความฉ้อฉลจะตามติดตัว หากไม่มีระบบตรวจสอบและการคานอำนาจ

                สังคมไทย 87 ปีมานี้ นับแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475  มีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับ มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว 28 ครั้ง  มีรัฐบาลจากการเลือกตั้งสลับกับรัฐบาลจากการรัฐประหารมาแล้วหลายชุด อำนาจมีการสืบต่อและผ่องถ่ายกันมาตลอดเกือบเก้าทศวรรษ

                ความจริง คนมีจิตใจและสมองที่สูงส่งกว่าสัตว์  แต่จอร์จ ออร์เวล ชี้ให้เห็นว่าเมื่ออำนาจอยู่ในมือเสียแล้ว สัตว์และคนก็เข้ามาอยู่ในระดับเดียวกัน /

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s