ทุกคนต้องการให้คนอื่นยอมรับว่ามีเขาอยู่ตรงนั้น

20190521_acceptance

พนักงานหญิงคนหนึ่งในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ หลังจากเลิกงานที่ประจำอยู่กับเครื่องจักร เธอได้

เข้าไปในห้องแช่แข็งเนื้อสัตว์ของโรงงาน เพื่อตรวจสอบงานบางอย่าง ปรากฏว่าประตูห้องนั้นมีระบบล็อคอัตโนมัติ กล่าวคือพอหลังเลิกงานแล้ว ประตูห้องจะปิดตาย ทางเดียวเท่านั้นคือ ต้องเปิดประตูจากด้านนอกห้อง

เธอพยายามเคาะประตู พยายามตะโกนเรียกคนนอกห้องให้ช่วยเหลืออย่างสุดเสียง แต่เนื่องจากเป็นห้องเก็บเสียง เสียงจึงไม่ดังออกมาสู่ภายนอก เธอใช้พละกำลังทั้งหมดเท่าที่มีพยายามจะเปิดประตูให้ได้ แต่ก็ไร้ผล

เวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง พนักงานกลับบ้านกันหมดแล้ว เธอจะทำอย่างไรดี โทรศัพท์มือถือก็ไม่ได้ เอาติดตัวเข้าไป รู้สึกหนาวเย็นสุดๆ หากต้องอยู่ในห้องนี้ทั้งคืน เธอคงถูกแช่แข็งแน่ๆ  เธอได้แต่นั่งร้องไห้อย่างสิ้นหวัง

เวลาผ่านไปราว 4  ชั่วโมง  ประตูห้องนั้นถูกเปิดออกด้วยฝีมือของยามรักษาความปลอดภัยของโรงงาน  พนักงานหญิงคนนั้นสุดแสนจะดีใจที่ชีวิตรอดปลอดภัย เหมือนตายแล้วเกิดใหม่

“ คุณรู้ได้อย่างไร  ว่าฉันอยู่ในห้องนี้ ”

ยามรักษาความปลอดภัยตอบว่า

“ ผมทำงานที่นี่มา 35 ปีแล้ว คุณเป็นเพียงหนึ่งใน 2-3 คน จากจำนวนพนักงานที่เข้าออกทุกเช้าเย็นกว่า 800 คน  ที่ทักทายสวัสดี (Good Morning) ผมในตอนเช้า และเอ่ยปากร่ำลาผม ( Bye, see you) ในตอนเลิกงานก่อนจะออกจากประตูโรงงาน  ในขณะที่พนักงานคนอื่นๆ เขาทำเสมือนหนึ่งว่าไม่มีผมอยู่ที่ประตูทางเข้า ”

            พนักงานหญิงยิ้มทั้งน้ำตา  เขาพูดต่อว่า

“ วันนี้คุณทักทายผมเมื่อเช้าตามปกติ เย็นวันนี้ ผมคาดว่าคุณจะเอ่ยปากร่ำลาผมเหมือนทุกวัน เพราะมันทำให้ผมระลึกรู้ว่าผมยังมีตัวตนของผมอยู่ แต่ผมไม่เห็นคุณเลย ผมเดินหาคุณทั่วบริเวณโรงงาน ผมจึงเข้ามาพบคุณที่ห้องนี้ ”

            พนักงานหญิงจับมือและโอบกอดยามคนนั้น เธอละล่ำละลักเอ่ยคำขอบคุณอย่างหนักแน่น

นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในโรงงานแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา

บทเรียนสำคัญยิ่งคืออะไร

แต่ละวันที่ผ่านไป  เราพบผู้คนบนเส้นทางหลายคน  เราพบคนขายตั๋วที่สถานีรถไฟฟ้า พบกระเป๋ารถเมล์และคนขับรถโดยสาร พบคนขับที่นำพาเราไปสู่ที่หมายอย่างปลอดภัย พบยามรักษาความปลอดภัยที่

 

หน้าบริษัท พบแม่ค้าขายข้าวแกง พบตำรวจจราจรบนถนน พบคนขายกาแฟในร้าน พบคนขายก๋วยเตี๋ยว  แม้กระทั่งพบพ่อแม่พี่น้อง สามีภรรยา บุตรหลาน ที่บ้าน ทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องการให้คนอื่นยอมรับความมีตัวตนของเขาในที่นั้น ณ เวลานั้น  เราเอ่ยปากทักทาย  เรายิ้มอย่างมีไมตรีจิต เราน้อมใจพูดคุยอย่างสุภาพกับผู้คนที่พบเห็นในระหว่างวันหรือไม่

หรือว่าเราไยดีแต่สมาร์ทโฟนที่อยู่ในมือเราเท่านั้น


ติดตามงานเขียนได้ที่ Facebook Page : PRASARN MARUKPITAK PAGE  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s