จะเรียกร้องอะไรนักหนา

20180410_askingfor

เมื่อปี 2556  ต่อ 2557 นั้น  ผู้เขียนขึ้นเวทีปราศรัยของมวลมหาประชาชนตั้งแต่วันแรก  31 ตุลาคม2556 ที่เปิดเวที ณ ซอกมุมแห่งหนึ่งตรงสถานีรถไฟสามเสน แล้วย้ายเวทีไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต่อเนื่องไปถึงการแตกเป็น 7 เวที ที่ใช้คำว่า SHUT DOWN  BANGKOK

การปราศรัยในประเด็น “ นิรโทษกรรมเหมาเข่ง ” ขยายตัวกลายเป็นการปฏิเสธรัฐบาลยิ่งลักษณ์ด้วยพฤติกรรมหลายอย่างที่สังคมรับไม่ได้ เช่น โครงการจำนำข้าว  โครงการกู้เงิน 3 ล้านล้านบาท ทำรถไฟความเร็วสูง โครงการเมกะน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ฯลฯ

เหตุการณ์ไปไกลจนถึงผู้คนเข้าร่วมเดินขบวนขับไล่รัฐบาลจำนวนหลายล้านคน  ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2556 เป็นครั้งแรก วันที่ 9 ธันวาคม 2556 เป็นครั้งที่สอง และในวันที่ 29 มีนาคม  2557 เป็นครั้งที่สาม ประมาณว่าผู้คนเข้าร่วมเดินขบวนแต่ละครั้งมีไม่น้อยกว่า 3 ล้านคน

ถึงขนาดนั้นแล้ว รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็ยังทู่ซี้อยู่ในตำแหน่งต่อไป จนกระทั่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีโยกย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี อย่างไม่เป็นธรรม มีผลให้ นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  พ้นจากตำหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อ 7 พฤษภาคม 2557  แต่รัฐบาลนั้นก็ยังเกาะเก้าอี้แน่นไม่ยอมไปพ้นจากตำแหน่ง ในขณะที่ประชาชนผู้ชุมนุมโดยสงบถูกปืน ระเบิด  แก๊สน้ำตา จนตายไป 22 คน บาดเจ็บนับพันคน

ในช่วงนั้น  ผู้เขียนได้โพสต์ลงเฟสบุ๊ค ทั้งภาพและถ้อยคำออกมาเป็นระยะๆ  เพื่อรายงานเหตุการณ์ และความเห็นต่อสาธารณะ ปรากฏว่าเพื่อนเฟสบุ๊คล้วนให้กำลังใจ และชื่นชมในการยืนหยัดสู้กับรัฐบาลอธรรมอย่างไม่ระย่อ

แต่มีอาจารย์อาวุโสคนหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาในเวลานั้น มีปฏิกิริยาด้วยการตั้งคำถามแชทตรงกับผู้เขียนหลายหนด้วยคำว่า “ แล้วไงต่อไป  แล้วไงต่อไป

ผู้เขียนต้องอธิบายตอบกลับไปว่า  เราไม่ได้เป็นผู้กำหนดเกมทั้งหมด เรามีสถานะเป็นพลังกดดันทางการเมืองโดยสะท้อนเจตจำนงของประชาชนให้ปรากฏอย่างมีพลัง  อะไรจะเกิดขึ้นข้างหน้า ยังเป็นเรื่องของรัฐบาลและบริวารทั้งหลายของรัฐบาล ที่เราไม่สามารถไปควบคุมได้

ทั้งๆที่อธิบายไปอย่างนั้นแล้ว อาจารย์ก็ยังเรียกร้องให้ผมตอบว่า “ แล้วไงต่อไป ” เป็นคำถามที่เหมือนจะขอให้ผู้เขียนตอบแบบฟันธงว่าจะเผด็จศึกยังไง จนผู้เขียนรู้สึกหงุดหงิดและหยุดการสื่อสารไปเลย

ย้อนหลังกลับไปอีก ช่วงก่อนหน้านั้น การต่อสู้กับรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ในเวทีรัฐสภา ในฐานะเป็นสมาชิกวุฒิสภาก็เข้มข้นดุเดือดพอสมควร  ผู้เขียนเดินทางไปพักผ่อนที่เชียงใหม่กับเพื่อนรัฐศาสตร์จุฬาฯ ด้วยกัน จำนวน 40 กว่าคน ได้ไปเดินที่กิ่วแม่ปานบนดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นนิรมิตอันงดงามของธรรมชาติระหว่างป่าดิบชื้นกับป่าแบบสวาน่า แล้วผู้เขียนได้บรรยายความงามทางธรรมชาติเป็นกาพย์ยานี 11 ประกอบภาพถ่าย 21 ภาพของกิ่วแม่ปาน โดยนำลงเฟสบุ๊คด้วย

ปรากฏว่า มีเพื่อนจุฬาฯ ร่วมรุ่นที่จบจากคณะนิเทศศาสตร์ (ชื่อเดิมคือ แผนกอิสระสื่อสารมวลชนและการประชาสัมพันธ์) เธอโพสต์แชทผ่านเฟสบุ๊คด้วยอาการไม่พอใจว่า

บ้านเมืองมีปัญหาวิกฤต แต่ประสารยังชมนกชมไม้ ชมธรรมชาติ ราวกับไม่มีอะไรจะทำ

เห็นอย่างนี้  ผู้เขียนหงุดหงิดขึ้นมาทันที  นึกในใจว่า ใจคอเธอจะกำหนดให้ผู้เขียนใช้ทุกลมหายใจเพื่อแก้ปัญหาบ้านเมืองอย่างรวมศูนย์  โดยไม่ต้องไปทำอะไรอื่นให้เสียเวลา

สองตัวอย่างจริงที่เกิดขึ้นนี้ เป็นข้อเรียกร้องจากเพื่อนมิตรที่ ทำให้ผู้เขียนมานึกในใจว่า จะมาเรียกร้องอะไรกันนักหนาจากผู้เขียน  ซึ่งเป็นคนที่ไม่ได้มีอำนาจบารมีที่จะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ อย่างเก่งก็แค่ส่งเสียงร้องร่วมกับคนอื่นๆ ในประเด็นที่มีอารมณ์ความรู้สึกร่วมกัน

แต่เมื่อมาคิดดูอีกที ก็พบว่า ทั้งอาจารย์และเพื่อนที่มีความเห็นเช่นนั้น

  1. เขาเปิดเผยและตรงไปตรงมายิ่งนักกับผู้เขียน ไม่ต้องไปพูดผ่านใคร แต่ใช้วิธีโพสต์ความเห็นตรงเข้ามาเลย โดยไม่เกรงว่าผู้เขียนจะโกรธ  นี่นับเป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่งของความเป็นกัลยาณมิตร ที่กล้าเอ่ยคำขวางหู
  2. เขาทั้งสองคนให้คุณค่ากับผู้เขียนมาก  เขาเห็นว่าผู้เขียนมีบทบาทสำคัญอยู่ในขั้นที่สามารถกำหนดความเป็นไปของเหตุการณ์ได้  ที่เขากล้าพูดกับผู้เขียนไม่ไปเรียกร้องกับคนอื่น ก็เพราะเขาให้ราคากับผู้เขียนนั่นเอง

คิดได้อย่างนี้ ความหงุดหงิดก็คลายไป กลายเป็นความเข้าใจในเจตนาทางบวกของอาจารย์อาวุโสและเพื่อนจุฬาฯ คนนี้


ติดตามงานเขียนได้ที่ Facebook Page : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s