ความเป็นจริงที่ตรงข้ามกับกระแสสื่อ : สวนกุหลาบถูกด่าฟรี

ใช่หรือไม่ว่า คนเราใส่ใจปรากฏการณ์ มากกว่าจะไปทำความเข้าใจในเนื้อแท้ของเรื่องนั้นๆ

ในงานฟุตบอลประเพณี  “ จตุรมิตรสามัคคี ” 4 โรงเรียน เมื่อไม่กี่วันมานี้ ประกอบด้วย โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย  โรงเรียนเทพศิรินทร์  โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย  และโรงเรียนอัสสัมชัญ มีขบวนพาเหรดของนักเรียน โรงเรียนสวนกุหลาบ ที่ถือป้ายข้อความตัวโตว่า “ ไทยแลนด์แดนกะลา ”

พอภาพนี้ปรากฏออกมาในสื่อ  โรงเรียนสวนกุหลาบกลายเป็นโรงเรียนกระสุนตก ที่สื่อออนไลน์และสื่อสาธารณะทั้งหลาย กระหน่ำใส่แบบไม่ยั้งมือ  รวมทั้งบุคคลที่มีชื่อเสียงก็ร่วมขบวนกันด่าเด็กนักเรียนด้วยว่า

“ เนรคุณแผ่นดินถิ่นเกิด ”

“ เด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน ”

“ ดูถูกเมืองไทย ก็เนรเทศตัวเองไปที่อื่นซะ ”

“ ครูสวนกุหลาบ สอนเด็กได้เลวมาก ”

“ ใครคิดจะส่งลูกเข้าสวนกุหลาบ ต้องคิดใหม่แล้ว ”

ในฐานะเป็นเด็กสวนกุหลาบด้วยคนหนึ่งในรุ่นที่ 81  ปีเข้า มศ. 1 คือปี 2505  ผู้เขียนไปค้นหาความเป็นจริงของเรื่องแล้ว  ได้แง่คิดสำคัญว่า ในยุคแห่งการแข่งขัน ที่การสื่อสารต้องรวดเร็ว  กระจายกว้างและเข้าถึงผู้คนได้มาก กลับกลายเป็นว่า  เต็มไปด้วยทัศนะและข้อมูลขยะที่ไม่ได้กลั่นกรอง แต่ใช้การแต่งเติมให้เร้าใจและส่งต่ออย่างรวดเร็ว มีแรงจูงใจเสมือนหนึ่งว่า ใครส่งก่อนคนนั้นเป็นเจ้าของข้อมูลและความเห็นที่ดูดีมากกว่า

ความเป็นจริงของเรื่องคืออะไร

ทีมงานจัดกีฬาครั้งที่ 28 นี้ตกลงกันว่า จะวางแนวคิดของขบวนพาเหรดในวันแรกของการแข่งกีฬาให้เป็นเรื่องของ “ Thailand 4.0 ” ตามที่รัฐบาลพยายามส่งเสริมชี้นำพอดีมี 4 โรงเรียน ก็ให้จับฉลากกันว่า โรงเรียนไหนจะจัดพาเหรดขบวนอะไร

โรงเรียนสวนกุหลาบ  จับได้ ไทยแลนด์  1.0

โรงเรียนเทพศิรินทร์  จับได้ ไทยแลนด์  2.0

โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน  จับได้ ไทยแลนด์  3.0

โรงเรียนอัสสัมชัญ  จับได้ ไทยแลนด์  4.0

เป็นหน้าที่ ของกรรมการแต่ละโรงเรียนว่าจะจัดขบวนพาเหรดอย่างไร ให้สะท้อนภาพแต่ละยุคสมัยตามที่กำหนดไว้

ไทยแลนด์ 1.0 คือยุคแห่งเกษตรกรรม ที่อยู่กับไร่นาป่าเขา ทำการเกษตรแบบดั้งเดิม จึงเห็นว่า คำว่า “ กะลา ” น่าจะสะท้อนถ่ายความเป็นจริงของยุคได้ตรง และแจ่มแจ้ง ผลจึงออกมาเป็น อักษรตัวโตว่า            “ ไทยแลนด์ แดนกะลา ” โดยมีป้ายอีกแผ่นหนึ่งที่เด็กถือเดินพาเหรดตามมาเขียนว่า “ ชาตะ 1.0  มรณะ 4.0 ” ซึ่งแปลว่าสิ่งล้าหลังที่เกิดในยุค 1.0 นั้น จะหมดไปในยุค 4.0

ในขณะที่ โรงเรียนอื่นๆ ก็รับไปจัดขบวนตามยุคที่ตนเองรับผิดชอบ

นี่คือ ความเป็นจริงของเรื่องราวที่คนภายนอกรับรู้ในวงจำกัด แต่หลายคนก็ถนัดในการแชร์เร็วแชร์ด่วน จนกลายเป็นกระแสแห่งความเข้าใจผิดทั่วไป

คนที่รับเคราะห์กลายเป็นเด็กนักเรียนและครูโรงเรียนสวนกุหลาบที่ถูกด่าฟรี

ต้องบอกว่า

ไม่มีนักเรียน สวนกุหลาบคนใดที่คิดเนรคุณแผ่นดินถิ่นเกิด

ไม่มีครูคนใดที่สอนเด็กให้ดูถูกแผ่นดินไทยของตัวเอง  

ไม่มีความคิดใดๆเลย ในหมู่นักเรียน ที่จะประนามหยามเหยียดประเทศไทย

เราจะต้องวนเวียนอยู่กับทัศนะและข้อมูลขยะไปอีกนานเท่านาน จึงมีแต่วิจารณญาณที่สืบหาและใคร่ครวญอย่างรอบด้านเท่านั้น ที่จะยืนอยู่กับความถูกต้องได้


ติดตามงานเขียนได้ที่ Facebook Page : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s