ปรากฏการณ์ ตูน บอดี้สแลม : สะเทือนไทยทั้งแผ่นดิน

20171107_toon

เมื่อโครงการ “วิ่งคนละก้าว เพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ / เบตง – แม่สาย / 1 พย. – 25 ธค. 60 ”ของตูน บอดี้สแลม ประกาศออกไป มีปฏิกิริยาออกมาทั้งทางบวกทางลบ

คอลัมนิสต์คนหนึ่ง  โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊คว่า

“ ใครอยากจ่ายให้พี่ตูนตามสบายนะครับ แต่ในสภาพนี้อย่าว่าแต่สิบบาทเลย พี่ตูนจะไม่ได้เงินจากผมแม้แต่บาทเดียว ถ้าพี่ตูนอยู่ถ้ำ ไม่รับข่าวสารว่าใครเอาภาษีเราไปชอปปิ้ง ฮ. เรือดำน้ำ ฯลฯ  แต่บอกไม่มีเงินมาบำรุงคุณภาพชีวิตคนในชาติ ผมจะไม่ว่าเลย นี่ตกท่อมาก็แล้ว วิ่งมากี่รอบแล้ว ข่าวชอปปิ้งอาวุธมากี่รอบแล้ว ยังคิดไม่เป็นอีกว่า ต้องขอเงินใคร จะโง่ไปถึงไหนครับพี่ ว่าการวิ่งของพี่ตูน มันคือการกลบปัญหาให้รัฐบาลทหารตอบสนองพวกสลิ่มในทุ่งลาเวนเดอร์ไปวันๆ แต่แก้ปัญหาระยะสั้น แต่ระยะยาว ไม่ได้แก้อะไรเลย ”

คนที่เอาข้อความนี้ไปแชร์ต่อเป็นศาสตาราจารย์อดีตผู้บริหารมหาวิทยาลัย

ธรรมศาสตร์     โดยพิมพ์ข้อความสั้นๆ ไทยอังกฤษว่า “ โลกสวยๆ What a beautiful world ! ”  ( อ้างอิง    มติชนออนไลน์    19 ตค. 60 )

นับว่าเป็นคำปรามาสที่ควรแก่การถกเถียงยิ่งนัก ขณะที่ตูน ตอบคำถามผ่านเฟสบุ๊คของผู้ใช้ชื่อว่า Ken Nakarin ”  เมื่อถูกถามว่า ท้อไหมที่ถูกวิจารณ์อย่างนี้

ตูน ตอบประโยคสั้นๆ ว่า  “ ไม่มีครับ ผมชอบทำมากกว่าพูด ”

และแล้ว ตูนก็ทำตามคำพูดของตน ที่เริ่มวิ่งจากเบตง ใต้สุด ไปถึง แม่สาย เหนือสุดของประเทศ  เป็นระยะทาง 2,195 กิโลเมตร  ระดมทุนให้ได้  700 ล้านบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์สำหรับโรงพยาบาล 11 แห่งทั่วประเทศสำหรับช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ขาดแคลนเครื่องช่วยชีวิตในยามฉุกเฉิน

ขบวนวิ่งด้วยแรงใจ แรงกาย แรงขา ของตูนกับเพื่อนๆ เคลื่อนออกจากเบตง สู่ที่หมายอย่างมุ่งมั่น ผ่านบ้านเรือน ผ่านชุมชน ผ่านป่าเขา ผ่านแดด ลม หนาว ฝน อย่างไม่พรั่น

ขอแสดงความเห็น ณ ที่นี้ว่า

  1. ผู้วิจารณ์ทั้งสองคนมองไม่เห็นหรือว่า บนเส้นทางผ่าน มีผู้คนนับร้อยนับพันหิ้วน้ำมาให้

เอาอาหารเอาผลไม้มาให้ ระดมเงินมาสมทบ

ปฏิกิริยาของผู้คนต่อขบวนวิ่ง คือน้ำใจต่อน้ำใจ คือ รอยยิ้มต่อรอยยิ้ม คือแรงใจต่อแรงใจ ทุกแววตาและทุกหัวใจ ที่มีปฏิสัมพันธ์ล้วนแล้วแต่ก้าวข้ามความเชื่อทางศาสนา ไปพ้นจากสีเสื้อ ไม่คำนึงถึงเพศวัยและอาชีพ ทุกคนมีจิตหนึ่งใจเดียวกันที่จะทำความดีร่วมกันโดยมี ตูน บอดี้สแลม เป็นศูนย์รวมเจตนารมณ์ร่วมที่มีพลังและมีคุณค่ายิ่ง

  1. ผู้วิจารณ์ทั้งสองคนไม่เข้าใจหรือแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจว่า สิ่งที่ตูนและเพื่อนออกเหงื่อลงแรงทำนั้น

มันไม่เกี่ยวไม่ข้องอะไรด้วยเลยกับการซื้อ ฮ. หรือเรือดำน้ำใดๆ เลย และก็ไม่ได้มุ่งหมายกลบข่าวรัฐบาลทหารซื้ออาวุธอะไรด้วย

ไปเอามาเกี่ยวโยงกันอย่างไร มันไม่ได้มีความเป็นเหตุเป็นผลต่อกันใดๆ ทั้งสิ้น

การซื้ออาวุธ จะถูกจะผิดก็ต้องไปเรียกร้องเอากับองค์กรตรวจสอบทั้งหลาย เช่น ป.ป.ช.  ผู้ตรวจการแผ่นดิน   สนง.ตรวจเงินแผ่นดิน  สภานิติบัญญัติแห่งชาติ  สื่อมวลชน หรือองค์กรตรวจสอบอื่นๆ ที่มีหน้าทิ่ ตูน บอดี้สแลม ต้องการระดมพลังการทำบุญร่วมกันด้วยเหงื่อแรงจริงๆของตน แล้วจะเอาเรื่องซื้ออาวุธมาโยนใส่ตูน ลองถามตัวเองดูซิว่า ใครกันที่จับแพะชนแกะอย่างสับสน

  1. ถ้าบอกว่า “ จะโง่ไปถึงไหนครับพี่ ” ตามที่โพสต์ไว้  แล้วผู้คนนับพันนับหมื่นนับแสนกระทั่งนับล้านที่มีใจร่วมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ถึงกับลงขันกันนับใกล้ร้อยล้านเช่นนี้ แปลว่าพวกเขาล้วนโง่เง่าไปด้วยกันกับตูนทั้งหมดหรืออย่างไร

ใครกันแน่ที่โง่กว่า

  1. ผู้วิจารณ์ทั้งสองคนจะมองให้ไกลกว่านี้ได้ไหมว่า ปรากฏการณ์ตูน บอดี้สแลม ไม่เพียงแต่จะได้เงินจำนวนหนึ่งมาช่วยชีวิตผู้คนที่ 11 โรงพยาบาลเท่านั้น แต่มันได้สร้างผลสะเทือนทางใจครั้งยิ่งใหญ่ขึ้นมาบนผืนแผ่นดินไทย

สะท้อนให้เห็นว่า  พลังแห่งความดีงามนั้น มีผู้คนยอมรับ ซาบซึ้งและพร้อมใจจะสืบทอด

ถ้าไม่เชื่อลองมาอ่านเฟสบุ๊คของนายภาคภูมิ ประทุมเจริญ  ที่เล่าให้ฟังว่า อารีเป็น กามาอูเซ็งหรือชื่อเรียกว่า แบเอง  อายุ 25 ปี เป็นคนพิการมือเท้ามาแต่กำเนิด ต้องนั่งรถวีลแชร์ตลอด  วันนี้แบเอง มารอพี่ตูน   ด้วยหัวใจตื่นเต้น  เพราะบอกว่า “ เคยมีความฝันเล็กๆว่าอยากไปดูพี่ตูนเล่นคอนเสริต์เพลงแสงสุดท้าย เพื่อจะได้อยู่ร่วมเหมือนคนอื่นๆ ที่เคยเห็นคนมากมายดูผ่านยูทูป แต่เมื่อย้อนดูตัวเอง ก็สารภาพว่าไกลเกิน ”

แบเองเล่าว่า  หลังจากเสร็จละหมาดเวลาตีห้า เขาขอให้คุณแม่ช่วยเข็นวีลแชร์ออกมารอพี่ตูนอยู่ถนนฝั่งตรงข้าม พร้อมกำเงินที่ตัวเองเก็บไว้มารวบรวมกับเพื่อนบ้านเพื่อเตรียมส่งให้พี่ตูน แล้วทั้งคู่ก็ได้เจอกันสมความปรารถนา

ภาคภูมิ ประทุมเจริญ  เขียนบันทึกว่า

“ นอกจากภาพถ่ายที่แบเองภาคภูมิใจ เปิดดูแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คงเป็นคำพูดสั้นๆ ที่พี่ตูนพูดออกมาจากใจให้หนุ่มพิการคนนี้ว่า “สู้ๆนะครับ ผมไปก่อนครับ สู้ๆนะครับ” สิบนาทีผ่านไป พี่ตูนวิ่งผ่านไปเกือบกิโล  แบเองยังคงก้มหน้าก้มตาดูภาพถ่ายแทนความทรงจำ  แม่ของแบเองกำลังจะเข็นรถกลับบ้าน จู่ๆ แบเองก็หันมายิ้มกับผมแล้วพูดขึ้นว่า เจอพี่ตูนวันนี้ ผมจะไม่ท้อแท้กับชีวิตแล้วครับ ”

ขอถามผู้วิจารณ์ทั้งสองคนไว้ ณ ที่นี้ว่า  คุณประเมินแววตาและรอยยิ้ม ตลอดสองข้างทางผ่านได้อย่างไรหรือ

นับถึงวันนี้ ปรากฏการณ์ ตูน บอดี้สแลม สะเทือนทั่วแผ่นดินไทย ก็พบแล้วว่าหัวใจของตูนยิ่งใหญ่เหนือคำครหาใดๆ

—–

ติดตามงานเขียนได้ที่ Facebook Page : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

One thought on “ปรากฏการณ์ ตูน บอดี้สแลม : สะเทือนไทยทั้งแผ่นดิน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s