พระบรมราโชวาทเรื่องการเดินขบวน

20171101_kingsteachings

47 ปี ที่แล้ว   ผู้เขียนมีประสบการณ์ตรงที่ขออนุญาตนำมาถ่ายทอดด้วยความจงรักภักดี

วันที่  20  กันยายน ของทุกปี เป็นวันมหามงคลของมวลนิสิตและอาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เราเรียกกันว่า “ วันทรงดนตรี ” เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพร้อมสมเด็จพระบรมราชินีนาถ  พระเจ้าลูกยาเธอ และพระเจ้าลูกเธอ  พระราชทานคีตทิพย์ ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

วันที่ 20 กันยายน  2513  เป็นวันแห่งความทรงจำ ครั้งหนึ่งในชีวิต

ในฐานะเป็นนายกสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในเวลานั้น จึงมีหน้าที่กราบบังคมทูลถวายรายงานเฉพาะพระพักตร์แทนนิสิตจุฬาฯ ทั้งมวล

เนื่องจากมีเหตุการณ์สำคัญก่อนหน้าวันนั้น

กล่าวคือ วันที่ 9 และ 10 กันยายน 2513 มีการเดินขบวนของนิสิตจุฬาฯ มากกว่า  2,000 คน ไปยังทำเนียบรัฐบาล และพระที่นั่งอนันตสมาคม  เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการทุจริตใน มหาวิทยาลัย       ผู้เขียนได้กล่าวรายงานถึงการเดินขบวนของนิสิตจุฬาฯ ว่า

ได้มีการกระทำบางอย่างที่ไม่บังควร โดยนิสิตรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คือได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณรัฐสภา อันเป็นเขตพระราชฐาน เป็นเรื่องอาชญาไม่พ้นเกล้าฯ นิสิตรู้สำนึกในการกระทำอันไม่เหมาะสมนั้น จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต พร้อมทั้งถวายคำมั่นสัญญาว่าจะไม่ทำสิ่งใดๆที่ไม่สมควรอีกต่อไป กับรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงเป็นห่วง และทรงมีพระราชกระแสรับสั่งมิให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง กระทำการรุนแรงกับนิสิตในวันเดินขบวน

เมื่อจบการถวายรายงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาท โดยไม่มีต้นฉบับ เป็นลักษณะการกล่าวสด (Improvise)  ซี่งเนื้อหามีความเชื่อมโยงเป็นเหตุเป็นผลสอดคล้องกันเต็มไปด้วยพระอารมณ์ขัน จึงเรียกเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือจากบรรดานิสิตตลอดเวลา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระบรมราโชวาทว่า

“ ถ้าตามโบราณของเรา คนที่เดินทางมา ไม่ใช่เดินขบวน ผ่านไปที่ไหนถ้าหิวก็เข้าไปในบ้าน แล้วก็เขาก็เลี้ยง คือเขาแบ่งให้ แต่ว่าการที่วันนั้นเดินทางเฉียดสวนจิตรไป ก็นึกว่าจะแวะเข้ามาเยี่ยมกันบ้าง(เสียงปรบมือ) แต่ว่าหาได้มาเยี่ยมไม่ ”

“ วันนั้นการเดินทางของนิสิตก็เดินอย่างมีระเบียบพอดู ไม่ได้ขัดจราจร แม้จะมีผู้นำคำพูดซึ่งนับว่าเป็นพระบรมราโชวาทที่ได้พูดมาหลายปีแล้วว่า นักศึกษาควรจะใช้สมอง คือใช้หัวไม่ใช่ใช้เท้านั้นมาอ้าง ก็ยังนับว่าเดินอย่างใช้หัว (เสียงปรบมือ)ไม่ใช่ว่าผู้ที่เดินในวันนั้น เดินแบบโยคะ เอาหัวถูดิน แต่ว่าใช้สมอง ”

“ แต่ที่เห็นประจักษ์ได้ชัดคือว่าทั้งวันที่ 9 ทั้งวันที่ 10 ที่ไปถึงทำเนียบก็เดินไปได้ออกกำลังดี และขากลับก็กลับมาด้วยรถบัส ก็ไม่เหนื่อยดี คือว่าใช้สมองว่าขากลับมาจะเดินกลับก็ป่วยการ เพราะไม่ได้เป็นการแสดงอะไรแล้ว กลับรถบัสก็ดีแล้ว (เสียงฮา) นับได้กว่า 10 คัน ”

“ แต่ก็ขอให้ระลึกถึงที่เคยพูดอีกด้วยว่าการเดินขบวนนั้นต้องมีประโยชน์ เมื่อมีประโยชน์แล้วก็เดินไป ที่นึกถึงข้อนี้ก็เพราะมานึกดูว่า เราไปแสดงมติมีจุดประสงค์ที่จะแสดงมติว่าไม่ชอบคอรัปชั่น ซึ่งก็เห็นด้วยว่าคอรัปชั่นเป็นสิ่งที่ไม่ดีที่ทำให้บ้านเมืองล้มเหลวลงไปอย่างยิ่ง ต้องหาวิธีการที่จะปราบคอรัปชั่นนั้น เป็นการแสดงมติของผู้ที่อยู่ในมหาวิทยาลัยนี้ว่า ต้องปราบคอรัปชั่น ซึ่งก็เป็นมติที่ถูกต้องและเป็นการแสดงที่ถูกต้อง ”

คีตทิพย์ พระอารมณ์ขันและพระบรมราโชวาทที่ทรงพระราชทานในวันนั้น เป็นทั้งความรมย์รื่นและเป็นมิ่งมหามงคลที่ไม่เพียงประทับใจผู้เขียนเท่านั้น แต่เป็นความซาบซึ้งตรึงใจมวลนิสิตจุฬาฯ ทั้งมวลด้วย


ติดตามงานเขียนได้ที่ Facebook Page : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s