ทวยเทพสรรเสกสร้าง “กิ่วแม่ปาน” สมัย

ประสาร มฤคพิทักษ์ ให้คำ พินัย อนันตพงศ์ และ วิบูลย์รัตน์ กะนะแสง ให้ภาพ


เมื่อย่างเข้าชราวัย เรามักหวลหามิตรที่ยังคงอยู่กับเราด้วยสารพันกิจกรรม เช่น ไปกินข้าวด้วยกัน ไปทำบุญด้วยกัน ไปงานสังสรรค์รุ่นด้วยกัน

หนึ่งในกิจกรรมของรัฐศาสตร์รุ่น 20 คือ “รัฐศาสตร์ 20 สัญจร” มีกลุ่ม PSN เป็นกำลังสำคัญในการบริหารจัดการ ซึ่งรวมเอากิจกรรมทำบุญ เที่ยว เฮฮา กินข้าว ไว้ด้วยกันทั้งหมด

เมื่อ 18-19-20 พฤศจิกายน 2559 เสน่ห์ของ “กิ่วแม่ปาน” แห่งดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ดึงดูดให้พวกเราจัดคณะไปเยี่ยมเยือน และนี่เป็นร้อยกรองจากความทรงจำอันงดงามของกิ่วแม่ปาน โดยใช้โคลงสี่สุภาพและกาพย์ยานี 11 รวม 48 บท ได้ภาพประกอบแสนสวยจากฝีมือของ พินัย อนันตพงศ์ และ วิบูลย์รัตน์ กะนะแสง


01

     นิรมิตสวรรค์เบื้อง  บนดิน

พงพฤกษ์เสียดเมฆิน  สุดกว้าง

ธาราเรื่อยไหลริน   เลี้ยงโลก อยู่นา

ทวยเทพสรรเสกสร้าง  “กิ่วแม่ปาน” สมัย


02

          มีตา เจริญตา

และมีขา จงก้าวเดิน

มีใจ ใจจงเพลิน

พิศภูผา “อินทนนท์”

          เส้นทาง “กิ่วแม่ปาน”

สูงตระหง่าน กว่าลมบน

พืชพันธุ์ เกลื่อนสถล

ณ สถาน ป่าดิบดง


03

หมุดหมายที่ 1 เฟินยุคโบราณ

 กระจิริด “เฟิน” น้อย

กระจ้อยร่อยแห่งไพรพง

หยัดอยู่อย่างทรนง

กลางสายหมอกแดดรำไร

ยามแล้ง ใบเหี่ยวแห้ง

เหมือนเสแสร้งแกล้งตายไป

โดนไอหมอกฟื้นใหม่

พืชล้านปีอัศจรรย์


04

หมุดหมายที่ 2 ป่าเมฆ

          ลมแรงและหนาวชื้น

เมฆหมอกคลื่นคลุมวารวัน

ร้อนชื้นไม้หลากพันธุ์

อยู่ไม่ได้ในป่านี้

          “ก่อ” “กูด” “โพธิ์สามหาง”     

จึงอยู่หว่างในทางที่

“เฟิน” “มอส” กล้วยไม้มี

หนาวยิ่งดียิ่งเด่นงาม


05

หมุดหมายที่ 3 ป่าต้นน้ำ กำเนิดสายธาร

          สายน้ำคือสายบุญ

อันเนื่องหนุนทุกโมงยาม

ไหลเรื่อยเลาะเขตคาม

จากต้นทางสายธารา

          ตาน้ำ ห้วยแล้ว “ปิง”

จึงไหลดิ่ง “เจ้าพระยา”

หล่อเลี้ยงนครา

อยู่ชั่วนาตาปีนาน


06

หมุดหมายที่ 4 พรรณพืชไม้ป่าเมฆ

 

“ทะโล้” “หว้าอ่างกา”

“ก่อ” เกิดไม้ก่องตระการ

พืชพรรณในหย่อมย่าน

ดุจพืชแห่งหิมาลัย

“ขิง” “ข่า” ขึ้นปนคละ

ลักษณะหนาวชื้นไพร

เล็กน้อยกลางหรือใหญ่

อิงอาศัยกันและกัน


07

หมุดหมายที่ 5 ป่าซ่อมป่า

ไม้ล้มด้วยลมแรง

แดดส่องแสงสู่ดินพลัน

พืชล้มลุกชูชัน

รับตะวันทันเวลา

ดินชื้นพืชยืนต้น

งอกปะปนเป็นตำรา

เมล็ดแห่งไม้ป่า

หล่นลงยึดคืนผืนดิน


08

หมุดหมายที่ 6 เถาวัลย์

          ลำเถาใหญ่เท่าเดิม

แต่ยาวเพิ่มไม่สุดสิ้น

“เถาวัลย์” แห่งธรณินทร์

เลื้อยเกี่ยวเกาะโยงระยาง

          เรือนยอดแตกกิ่งใบ

กระรอกใช้เป็นเส้นทาง

ธรรมชาติช่างจัดวาง

ทางด่วนไว้ให้สัญจร


09

หมุดหมายที่ 7 ทุ่งหญ้าเมืองหนาว

 

เดินพ้นป่าดิบทึบ

สู่ทุ่งหญ้าโล่งออนซอน

ลิบลิ่วแลสิงขร

เขยื้อนฟ้ามาใกล้กัน

หนาวเย็นพอเหมาะสม

ไม้ล้มลุกไม้พุ่มนั้น

สมผสานสารพัน

เป็น “ทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์”


10

หมุดหมายที่ 8 กูดเกี๊ยะ เฟินทนไฟ

ลาดต่ำดินชุ่มชื้น

ธรรมชาติจัดสวนไว้

“กูดเกี๊ยะ” เฟินทนไฟ

เคล้าคละไปกับ “สาบหมา”

กลางเนินพืชทนหนาว

ไม้ดอกพราวจำเริญตา

ยอดเนินดินแห้งกว่า

พืชใบหนานานาพันธุ์


11

หมุดหมายที่ 9 จุดชมทิวทัศน์

เวิ้งฟ้าเหนือป่าใหญ่

กว้างแสนไกลมหัศจรรย์

เมฆหมอกหฤหรรษ์

สบสวรรค์เป็นบุญตา

ตาเห็นใจกระหวัด

ผิวสัมผัสพื้นนภา

อยากหยุดวันเวลา

ไว้ตรงหน้าอยู่ตรงนี้


12

หมุดหมายที่ 10           กวางผาปลอดภัยในบ้านผาหิน

ผาหินมีหญ้าแห้ง

ไม้ทนแล้งอยู่ได้ดี

หมาไน เสือไม่มี

เก้งกวางผาจึงปลอดภัย

น้ำจากพืชเพียงน้อย

ก็เพียงพอชีพเป็นไป

สีขนกลืนหินไม้

ในบ้านใหญ่แห่งกวางผา


13

หมุดหมายที่ 11 ผาแง่มน้อย

สองแท่งหินแกรนิต

ตรึงสถิตย์อย่างทายท้า

สองร้อยล้านปีมา

ผิวโลกหล้าขยับตัว

กัดกร่อนยุบสลาย

แล้วเคลื่อนคลายไปถ้วนทั่ว

แกร่งเกินจะเกรงกลัว

เป็นสองก้อน “ผาแง่มน้อย”


14

หมุดหมายที่ 12 กิ่วแม่ปาน(ป่าสองมุมบนสันเขา)

          สันเขาส่วนแคบสุด

แบ่งสองด้านบนสันดอย

ด้านนอกแดดลมพลอย

ตัดยอดไม้ให้เตี้ยลง

          ด้านในป่าชุมชื้น

ฝนชะใบหล่นดินดง

สู่ห้วยอย่างมั่นคง

จึงเรียกขาน “กิ่วแม่ปาน”


15

หมุดหมายที่ 13 กุหลาบพันปี

          นางเอกแห่งอินทนนท์

กลางหนาวเย็นหยัดทนทาน

กิ่งโปร่งให้ลมผ่าน

ใบเหนียวหนาดอกเข้มแดง

          น้ำหวานและเกสร

มวลหมู่นกและแมลง

เป็นศักดิ์เป็นศรีแสง

แห่ง “กุหลาบพันปี” สวย


16

หมุดหมายที่ 14 ป่าร้อน ป่าหนาว

ร้อนชื้นที่เชิงดอย

แต่ยอดดอยหนาวเอื้ออวย

แยกไม้ไว้ให้ด้วย

ไม้ใบกว้างด้านล่างเขา

ทนแล้งอย่าง “พงอ้อ”

และ “ต้นกล้วย” เกิดกล่อมเกลา

สันดอยหมอกคลุมเคล้า

พุ่มไม้เตี้ยเล็กผิวมัน

 


17

หมุดหมายที่ 15 สายน้ำ ยอดเขาสูงสุดของไทย

          ฝนชุกอากาศชื้น

หนาวเย็นฉ่ำทุกคืนวัน

มดปลวกสารพัน

เห็ดรานั้นยากอาศัย

          ใบไม้สลายช้า

เหมือนผ้าห่มผืนใหญ่ใหญ่

ซับฝนฝากดินไว้

ปล่อยน้ำได้ตลอดปี


18

หมุดหมายที่ 16 มอส ชอบน้ำแต่ทนแล้ง

“มอส” งามตามโคนไม้

เดิมอยู่ในห้วงนที

อัศจรรย์พืชพันธุ์นี้

ยังอยู่ยงคงกระพัน

เธออยู่อย่างเรียบง่าย

น้ำอาหารผ่านใบนั้น

หน้าแล้งพักตัวพลัน

รอวันชื้นคืนกลับมา


19

หมุดหมายที่ 17 ป่าสองรุ่น

          เฟิน มอสและกล้วยไม้

เถาวัลย์เกี่ยวกันในป่า

เกิดพืชพรรณนานา

ใบบางหนาสารพัน

          บางชนิดไม้สูงใหญ่

วัดขนาดได้พอกัน

คือพายุโรมรัน

ไม้รุ่นใหม่ก่อเกิดแทน


20

หมุดหมายที่ 18 สูงใหญ่แต่ล้มง่าย

          ป่าเขาที่สูงชัน

ฝนชะล้างหน้าดินแดน

รากไม้จึงหนาแน่น

เพียงผิวพื้นแหล่งอาหาร

          ไม้ใหญ่ไร้รากแก้ว

เจาะไม่ได้หินกันดาร

ไม้จึงไม่อาจทาน

พายุโถมล้มโค่นลง


21

หมุดหมายที่ 19 เสียงป่า

          เสียงป่าบรรเลงเพลง

ลมพัดใบไม้ปลดปลง

น้ำเซาะหินยังคง

สกุณาครวญเพลงไพร

          แมลงกรีดปีกลั่น

สนั่นเสียงไพเราะใส

ออร์เคสตราวงใหญ่

จับจิตใจไปเนิ่นนาน


22

หมุดหมายที่ 20 กูดต้น เฟินสัญลักษณ์ป่าบริสุทธิ์

          เป็นป่าบริสุทธิ์

เพราะ “กูดต้น” เฟินตระการ

ต้นเตี้ยริมลำธาร

หลบหลีกต้านสายลมแรง

          ใบเฟินใหญ่เรียงรอบ

เรือนยอดกว้างลำต้นแกร่ง

รากฝอยแตกแขนง

ขนาบน้ำแสงรำไร


23

หมุดหมายที่ 21 สรุป

 

          มรดกธรรมชาติ

พิลาสล้ำผ่องอำไพ

นิเวศแห่งป่าใหญ่

อิงอาศัยกันและกัน

          ดินน้ำและอากาศ

พืชสามารถสมานฉันท์

“ป่าเมฆ” เอนกอนันต์

นิเวศวัฒน์อันกลมกลืน


24

          ผืนดิน ใช่เพียงดิน

ให้ชีวิน ได้เหยียบยืน

เลี้ยงป่า ทั้งแผ่นผืน

บำรุงน้ำ ผ่องอำไพ

          ผืนน้ำ ใช่เพียงน้ำ

อันชุ่มฉ่ำ เย็นชื่นใจ

เลี้ยงดิน และป่าใหญ่

รินไหลหลอม รวมสายชล

          ผืนป่า ใช่เพียงป่า

สรรพพฤกษา อ่าอำพน

เลี้ยงโลก เลี้ยงผองชน

บันดาลดล โลกสมดุลย์

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s