อย่าพูดให้เขียนแทน

20170725_dontspeak

ผู้จัดการที่ดูภูมิฐานคนหนึ่ง เมื่อขึ้นรถไฟ เขาหิ้วกระเป๋าเพียงลำพังไปเลือกที่นั่งที่ห้องผู้โดยสารชั้นหนึ่ง อีกครู่หนึ่งต่อมา มีสตรีสาวสวยเข้ามาเลือกที่นั่งฝั่งตรงข้าม

ผู้จัดการมีสีหน้าตื่นเต้น และดูมีทีท่ากระชุ่มกระชวย สาวสวยส่งยิ้มหวานให้เขา เขายิ้มตอบด้วยใบหน้าอิ่มเอิบ และแล้วสาวสวยก็ลุกขึ้นมานั่งชิดกับเขา เขายิ่งรู้สึกซาบซ่านยิ่งขึ้นไปอีก

สาวสวยเอนตัวไปซบไหล่ผู้จัดการ แล้วกระซิบที่ใบหูว่า

“เอาเงินสด บัตรเครดิต และโทรศัพท์มือถือของคุณมาให้ชั้นเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นชั้นจะตะโกนลั่นให้ทุกคนรู้ว่า คุณล่วงเกินและละเมิดทางเพศต่อชั้น”

ผู้จัดการหันไปมองสาวสวยด้วยสายตาเฉยเมย เขาหยิบกระดาษและปากกาด้ามหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วเขียนลงไปว่า

“ขออภัย ผมไม่ได้ยินและพูดไม่ได้ ช่วยเขียนบนกระดาษแผ่นนี้หน่อยว่าคุณต้องการอะไร”

สาวสวยเขียนทุกสิ่งที่ต้องการตามที่พูดแล้วส่งกระดาษแผ่นนั้นให้เขา

ผู้จัดการหยิบแผ่นบันทึกข้อความ อ่านดู พับใส่กระเป๋าเสื้อแล้วพูดชัดถ้อยชัดคำว่า

“เอาละ ตอนนี้คุณตะโกนร้องให้สุดเสียงได้เลย”

เรื่องเล่าเรื่องนี้ ให้บทเรียนอย่างน้อยสองอย่าง

  1. เมื่อเผชิญปัญหา อย่าคิดว่าจะอับจนทางออก ความจริงปัญหานั้นเอง ทำให้เกิดปัญญาและนำไปสู่การแก้ไขที่เหมาะสมได้ หากใช้ความพยายาม
  2. ในกรณีเช่นนี้ การพูดไม่อาจเป็นหลักฐานได้ แต่การเขียนจะหนักแน่นน่าเชื่อถือได้มากกว่า ตัวหนังสือจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

—–

ติดตามงานเขียนได้ที่ FACEBOOK : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

คุณรู้ได้ยังไง

20170717_howdoyouknow

คลิปวิดีโอสั้น ที่เพื่อนส่งมาให้เมื่อสักครู่ เป็นภาพชายฝรั่งนอนเอกเขนกอยู่บนกองหญ้าแห้งข้างถนนสายเล็กๆในชนบท เขามีลาน้อยตัวหนึ่ง ที่ผูกเสาไว้ยืนอยู่ข้างๆเขา

ครู่หนึ่งต่อมา มีชายอีกคนขี่มอเตอร์ไซด์มาจอดตรงนั้น หลังจากทักทายกันเขาถามว่า

“ ตอนนี้เวลากี่โมงแล้ว ”

ชายที่นอนอยู่ เอามือข้างขวาเอื้อมไปยกอัณฑะของลาน้อยขึ้น มองไปที่อัณฑะลา แล้วหันกลับมาบอกคนถามว่า 10.10 น.

ชายคนถาม ถามย้ำขอความแน่ใจ ชายคนนั้นเอื้อมมือไปทำแบบเดิมแล้วตอบ ย้ำเวลาเดิม

ชายคนถาม ยกนาฬิกาข้อมือด้านซ้ายขึ้นมา ตั้งเวลาใหม่แล้วขับรถต่อไป

อีกพักใหญ่ ชายมอเตอร์ไซด์คนเดิมขับรถกลับมา เขาแวะตรงจุดเดิม แล้วถามคำถามเดียวกัน

“ ตอนนี้เวลาเท่าไรแล้ว ”

ชายเจ้าของลา ขยับยกอัณฑะลาน้อยของตนขึ้นมองไปตรงนั้นแล้วหันกลับมาตอบว่า

“ 11.25 น.”

คนถาม ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูอย่างประหลาดใจแล้วว่า

“ ตรงเผงเลย ว่าแต่คุณรู้ได้อย่างไร จากการจับที่ลูกอัณฑะของลา”

ชายคนนั้น เอื้อมมือไปยกอัณฑะลาอีกครั้ง แล้วพูดว่า

“คุณไม่เห็นหรือว่า อัณฑะพวงนี้ของลามันบังเสานาฬิกาของหมู่บ้านเอาไว้ ”

คลิพวิดีโอเรื่องนี้ ให้แง่คิดอย่างน้อย 2 ประการ

เราเห็นอะไร แล้วมักจะคิดไปเองว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นมโนภาพที่อาจจริงหรือไม่จริงก็ได้

เพื่อให้ได้ความจริง จะมีอะไรดีกว่า การถามไถ่อย่างตรงไปตรงมา ดีกว่าทิ้งค้างไว้แล้วจินตนาการไปเอง


ติดตามงานเขียนได้ที่ FACEBOOK : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

“สานพลัง สังคมไทย ไร้ควันบุหรี่” ผลงานร่วมกันของภาคีเครือข่าย สสส.

20170703_nosmoking

1-2 กค.60/8.30-17.00 น.

ณ โรงแรมแปซิฟิกแกรนด์ ซอฟเฟอริน ชะอำ

ประสาร มฤคพิทักษ์ และทีมงานรับเชิญจาก สสส.เป็นวิทยากรกระบวนการนำเสนอสัมมนาเชิงปฏิบัติการโดยใช้”ปรัชญาและเทคนิค AIC ผนวกสุนทรียสนทนา” เพื่อทบทวนเป้าหมายและถอดบทเรียนการดำเนินโครงการ “3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทย เทิดไท้องค์ราชัน” สำหรับภาคีเครือข่ายเลิกบุหรี่ สสส.22 องค์กร รวม 35 คน

เป็น “Recreative And Participatory Learning” ทีตั้งต้นด้วยความปรารถนาดี (Appreciation)
ใช้การวาดภาพสรรค์สร้างปณิธาน คือภาพแห่งความมุ่งหวัง (Scenario) แล้วใช้สุนทรียสนทนา ร่วมกันกำหนดจุดคานงัด (Vital Behavior) วิธีการ(Method) การสร้างเครือข่าย (Networking) เพื่อบรรลุปณิธานภาพ ที่ท้าทาย “สานพลัง สังคมไทย ไร้ควันบุหรี่”

19598643_10155346897289088_8425145864248908048_n


ติดตามงานเขียนได้ที่ FACEBOOK : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

ความปรารถนากับความเป็นจริง

20170702_desirereality

อาจารย์คนหนึ่งต้องการแสดงให้เห็นจริงถึงโทษของเหล้าต่อหน้าลูกศิษย์ในชั้นเรียน

เขาเอาแก้วน้ำ 2 ใบ วางหงายบนโต๊ะ แล้วเทน้ำจากเหยือกใส่แก้วใบหนึ่ง ส่วนแก้วอีกใบเขาเทเหล้าใส่ลงไป แล้วหยิบเอาไส้เดือนที่เตรียมมา 2 ตัว ใส่ในแก้วทั้งสอง แก้วละตัว

ปรากฏว่าไส้เดือนในแก้วน้ำยังมีชีวิตอยู่ดี ขณะที่ไส้เดือนในแก้วเหล้าชักดิ้นชักงอแล้วตายอยู่ในแก้ว

อาจารย์ถามว่า

“ถ้าเหล้าทำลายไส้เดือนถึงตายได้อย่างนี้ เหล้าจะทำอะไรกับร่างกายเรา”

ลูกศิษย์คนหนึ่งยกมือขึ้นแล้วตอบว่า

“อาจารย์ครับ ดื่มเหล้าจะไม่เป็นพยาธิ เพราะเหล้าฆ่าพยาธิตายหมดครับ”

อาจารย์แสดงสีหน้าผิดหวัง แต่ก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรต่อ

เรื่องเล่าเรื่องนี้ บอกกล่าวกับเราว่า ปรารถนาของอาจารย์ต้องการสาธิตให้เห็นว่าเหล้ามัน ทำลายตับไตไส้พุงอย่างไร  แต่ลูกศิษย์ตอบจากมุมของตนเอง ด้วยเห็นว่าไส้เดือนมีกายภาพไม่ต่างจากพยาธิ ผนวกกับการที่เขาเป็นคนดื่มเหล้า จึงสามารถหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองได้อย่างสมเหตุสมผลทีเดียว

ความปรารถนานั้นเป็นของคนทำ แต่ความเป็นจริง ตรงข้ามกับความปรารถนาได้เสมอ


ติดตามงานเขียนได้ที่ FACEBOOK : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES