หนึ่งเหตุแห่งความร้าวฉาน

 

20170528_brokenท่ามกลางควันระเบิดที่หน้ากองสลาก ถนนราชดำเนิน อีกครั้งหนึ่งที่หน้าโรงละครแห่งชาติ และล่าสุดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า  ที่มีคนบาดเจ็บ 25 คน สาหัส 1 คน เป็นความรุนแรงที่คนเจ็บไม่ได้ทำผิดอะไรเลย แต่กลับตกเป็นเหยื่อของระเบิดบ้าจากไหนก็ไม่รู้

สังคมไทย โดยเฉพาะในภาคการเมือง เนื่องจากมีความรุนแรงเกิดขึ้นหลายครั้ง  เราจึงพูดถึงการปรองดองกันหลายหน พูดกันมาเป็นสิบปีแล้ว  แต่การปรองดองก็ยังเป็นปัญหาค้างคาอยู่กับบ้านกับเมืองมาโดยตลอด

ปัญหาหนึ่งที่คนพูดถึงกันน้อยมาก คือทัศนคติในการมองสรรพสิ่งแบบขาวดำอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในตัวบุคคลนั้นเอง

“ ฉันถูกต้อง คุณนั่นแหละผิด ฉันสีขาว คุณสีดำ ฉันเป็นฝ่ายเทพ คุณเป็นฝ่ายปีศาจ ฉันเป็นคนดี คุณเป็นโจร ”

นี่เป็นมุมมองสุดขั้วแบบข้างใดข้างหนึ่ง โดยไม่เหลือพื้นที่ให้อีกข้างหนึ่งเอาเสียเลย ทัศนะเช่นนี้น้อมนำให้คนเราพร้อมจะทำอะไรเพื่อกำจัดอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่เว้นแม้กระทั่งการใช้ความรุนแรง

เมื่อ 40 กว่าปีก่อน ศาสตราจารย์คนหนึ่ง แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดของสหรัฐอเมริกา ได้ทำการทดลองทางจิตวิทยาที่โด่งดังไปทั่วโลก

เขาได้สร้างคุกจำลองขึ้นเพื่อศึกษาพฤติกรรมของคนที่ถูกกดดันในเรือนจำ โดยเอานักศึกษาที่เป็นชนชั้นกลาง จำนวน 25 คน เข้ากระบวนการทดลอง

ในจำนวนนี้ 10 คน ถูกกำหนดให้เป็นนักโทษ อีก 15 คน ให้เป็นผู้คุม มีกำหนดเวลาทดลอง 14 วัน แต่ผ่านไปเพียง 6 วัน การทดลองต้องยุติลง เพราะสถานการณ์เลวร้ายเกินกว่าจะคาดคิด เพราะผู้คุมสำแดงอำนาจบาตรใหญ่ ข่มขู่ คุกคาม และเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยนอกจาก ทุบตี จับขังเดี่ยวเป็นเวลานานยังจับนักโทษแก้ผ้า และบังคับให้ทำท่าวิตถารในการร่วมเพศ ปรากฏว่านักโทษที่ออกอาการก่อกวนเมื่อ 2 วันแรก พอโดนลงโทษแบบนั้นก็มีอาการหงอย ซึม และหวาดผวาอย่างผิดกันแบบเป็นคนละคนกันไปเลย

คำถาม คือ คนที่มีชีวิตปกติธรรมดากลายคนโหดเหี้ยมไปได้อย่างไร ในช่วงเวลาแค่ไม่กี่วันเท่านั้น

คำตอบ ก็คือ เพราะอำนาจของผู้คุมที่มีมากล้นเกิน เหมือนตั้งศาลเตี้ยตามใจตนเองได้ แต่อีกส่วนหนึ่งคือความโกรธ เกลียด และความหลงอำนาจที่ซ่อนอยู่ในใจของคนนั้นเอง

บททดลองนี้ให้ข้อสรุปว่า ในดีมีชั่ว ในชั่วมีดี คนเราจึงไม่ควรมีทัศนะแบบเด็ดขาดว่าอีกฝ่ายหนึ่ง จะเลวบริสุทธิ์ หรือดีไม่มีที่ติ

ใช่หรือไม่ว่า ความชั่วร้ายของผู้อื่น ลึกๆแล้ว เราอาจมีส่วนร่วมด้วย ตรงที่ไปยอมให้เขาทำนั่นเอง

มหาตมะ คานธี เคยตั้งข้อสังเกตว่า คนอินเดียไปยอมให้คนอังกฤษแค่ 30,000 คน เป็นเจ้าอาณานิคมปกครองอินเดีย ซึ่งมีพลเมืองจำนวนถึง 300 ล้านคน ได้อย่างไร

ดังนั้น หากปรารถนาความปรองดองจริง คนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ควรใจกว้างพอที่จะยอมรับผู้อื่นและตนเองตามความเป็นจริงว่า ทุกคนมีประจุบวกและประจุลบอยู่ในเนื้อในตัวด้วยกันทั้งนั้น

แล้วไยจึงไปพิพากษาคนอื่นอย่างง่ายๆ โดยไม่เผื่อแผ่พื้นที่ให้แก่สองด้านของความเป็นมนุษย์เล่า


ติดตามงานเขียนได้ที่ FACEBOOK : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s