คนรู้ไม่พูด

20170501_knownosay

ที่ประตูห้อง มีลังกระดาษใบสูงใหญ่ขวางอยู่ตรงปากประตู

คะเนได้ว่าในลังมีวัตถุที่มีน้ำหนักมากพอสมควร

มีชายสองคนกำลังออกแรงเคลื่อนลังใบนั้น

คนหนึ่งอยู่ด้านในห้อง อีกคนหนึ่งอยู่ด้านนอกห้อง ทั้งสองคนต่างผลัก ต่างดัน

ต่างเขยื้อนลังใบนั้นด้วยกำลังสุดแรงของตน จนเหงื่อแตกพลั่กไปด้วยกันทั้งคู่

ลังใบนั้นยังคงคาอยู่ตรงปากประตูนั้นเอง

และแล้วชายที่อยู่ด้านนอก ก็ปล่อยมือจากลังแล้วส่งเสียงดังว่า

“ลังบ้าอะไรวะ หนักฉิบหาย กูดันเข้าไม่ไหวหรอก”

พอได้ยินดังนั้น ชายคนที่อยู่ด้านในสั่นหัวอย่างเสียอารมณ์ แล้วส่งเสียงดังไม่แพ้กันว่า

“ไอ้เวร กูนึกว่าจะเอาลังออก”

นี่คือกรณีศึกษา

ใช่หรือไม่ว่า ชายทั้งสองคนต่างเหงื่อตกด้วยกันทั้งคู่ เพราะคนด้านในคิดเอาเองว่าลังใบนี้

ต้องการให้เคลื่อนย้ายออกไปนอกห้อง จึงออกแรงดันโดยไม่ไต่ถาม ขณะที่คนด้านนอกรู้ว่าลังใบนี้

ต้องการเอาเข้าไปไว้ข้างในห้อง แต่ก็ไม่ยอมพูด จึงออกแรงดันเข้าเต็มที่

จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ว่า คนรู้ไม่ยอมพูด คนไม่รู้ก็ไม่ถาม เลยเหนื่อยฟรีไปทั้งสองคน

การสื่อสารจึงไม่ใช่การคิดเอาเอง ไม่ใช่การนิ่งเงียบแบบชายทั้งสอง

ลองดูสมการการสื่อสารนี้ ว่าเป็นจริงหรือไม่

ฉันไม่ถาม + คุณไม่พูด = ห่างเหิน (เข้าใจผิดได้ง่าย)

ฉันถามแล้ว + คุณไม่พูด = ช่องว่าง (คลาดเคลื่อนได้)

ฉันถามแล้ว + คุณพูด = เคารพ ให้เกียรติ (เข้าใจตรงความเป็นจริง)

ฉันไม่ถาม + แต่คุณพูด = ไว้วางใจ (ทำงานร่วมกันได้ดี)

เชิญเลือกใช้ตามที่เห็นสมควร


ติดตามงานเขียนได้ที่ FACEBOOK : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s