ทำให้การปฏิรูปเป็นภารกิจของประชาชนทั้งประเทศ

20170331_whole_country

ผู้เขียนพยายามนำเสนอให้เรื่องของการปฏิรูปประเทศไทย เป็นภารกิจของประชาชนไทยทั้งประเทศแทนที่จะเป็นหน้าที่รัฐบาล หรือ ค.ส.ช. หรือ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (ส.ป.ท.) หรือ ป.ย.ป. เท่านั้นเพราะผู้เขียนเชื่อว่า เมล็ดพันธุ์แห่งศักยภาพและความดีงามมีอยู่ในเนื้อในตัวของประชาชนทุกคน ไม่ว่าจะยากดีมีจนขนาดไหน ไม่ว่าจะเรียนสูงต่ำเพียงไร ทุกคนสามารถจะแบ่งปันเหงื่อแรงให้แก่การปฏิรูปได้ทั้งนั้น

ที่เห็นและเป็นอยู่ก็คือภารกิจการปฏิรูปยังจำกัดวงอยู่กับคนมีตำแหน่งในภาครัฐเป็นหลัก ประชาชนกลายเป็นคนวงนอก เป็นเพียงคนรอรับผลที่จะเกิดขึ้นจากฝีมือของคนภาครัฐ ทั้งๆที่ภารกิจการปฏิรูปนั้นมีความสลับซับซ้อน มีความยุ่งยาก และจะอาศัยแต่เพียงบุคคลหรือองค์กรภาครัฐเท่านั้น ไม่พอที่จะแบกรับปัญหาการปฏิรูปได้

ที่ประเทศอินเดีย เมื่อปี 2550 นั้น สื่อยักษ์ใหญ่สำนักหนึ่งของอินเดีย ชื่อ THE TIMES OF INDIA ซึ่งมีทั้ง โทรทัศน์ วิทยุ และสื่อสิ่งพิมพ์ ได้ใช้โอกาสในวาระ 60 ปีแห่งการเป็นประเทศเอกราช เขาให้มีการรณรงค์ LEAD INDIA (อาจใช้ชื่อภาษาไทยว่า “ทิศทางอินเดีย”) โดยให้มีการประกวดสุนทรพจน์ในขอบเขตทั่วประเทศ ภายใต้หัวข้อ LEAD INDIA ผู้สมัครจะต้องมีอายุระหว่าง 25-45 ปี มีการถ่ายทอดผ่านสื่อในเครือทั้งหมด ทำให้ผู้คนทั้งประเทศพากันหยิบยกประเด็น ทิศทางของอินเดียในอนาคตมาเป็นประเด็นวิพากษ์ วิจารณ์ขนานใหญ่ การแข่งขันนำไปสู่การหาผู้ชนะเลิศจำนวนหนึ่ง และแล้วสิ่งที่สังคมอินเดียให้คุณค่าร่วมกันเป็นฉันทามติผ่าน LEAD INDIA คือสิ่งที่เรียกว่า Public Governance (ธรรมาภิบาลภาครัฐ) เป็นประเด็นติดอันดับแรกว่ามีความสำคัญสูงสุด นี่เป็นการสร้างจิตสำนึกร่วมของคนทั้งประเทศ เป็นการน้อมนำให้นักการเมืองที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งถือเป็นหัวใจในการรณรงค์เลือกตั้งและรับเป็นพันธะที่ตนเองต้องรับผิดชอบในฐานะเป็นคนในภาคพลเมือง

LEAD INDIA กลายเป็นการรณรงค์ขนานใหญ่ ที่ถือเป็นการยกระดับจิตสำนึกคนอินเดียทั้งประเทศ กลายเป็นตัวอย่างที่คนทั่วโลกได้ศึกษา

รัฐบาลหรือ ค.ส.ช. จะน้อมใจต้อนรับน้ำพักน้ำแรงของประชาชน เพื่อให้การปฏิรูป เป็นพลังร่วมของคนทั้งประเทศ โดยศึกษาเรื่องการรณรงค์ LEAD INDIA เป็นแบบอย่าง จะทำให้การปฏิรูปเกิดผลที่เป็นจริงและจับต้องได้


ติดตามงานเขียนได้ที่ FACEBOOK : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

ลิงตัวที่หนึ่งร้อย

20170328_100monkey

ที่ชายหาดของทะเลแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น พอตกเย็นจะมีฝูงลิงออกจากป่ามากินมันฝรั่งที่ผู้คนขนมันมาเลี้ยงลิงด้วยวิธีเทมันฝรั่งลงบนพื้นทรายชายหาดนั้นเอง

มันฝรั่งที่กองเกลื่อนบนพื้นทราย ย่อมจะมีเม็ดทรายมาเกาะ ลิงจึงกินมันฝรั่งปนทรายอยู่ทุกวัน เม็ดทรายจะมีผลต่อกระเพาะลำไส้ลิงอย่างไรไม่มีรายงาน จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ มีลิงตัวหนึ่งมันค้นพบด้วยตัวมันเองว่ามันสามารถกินมันฝรั่งที่ไม่เปื้อนทรายได้ ก่อนกินมันจึงจับเอามันฝรั่งไปแกว่งกับน้ำทะเล เพื่อให้เม็ดทรายหลุดออกไป มันคงค้นพบว่าด้วยวิธีเช่นนี้มันรู้สึกสบายท้อง มันจึงกินมันฝรั่งไม่เปื้อนทราย

ตั้งแต่ นั้นมาปรากฏว่าลิงตัวที่สองเห็นแบบอย่างลิงตัวนั้น มันก็ทำเลียนแบบบ้าง คือก่อนกินก็หยิบมันฝรั่งไปแกว่งน้ำ และแล้วก็มีลิงตัวที่สาม ตัวที่สี่ ตัวที่ห้า และตัวต่อๆไปทำแบบเดียวกัน ถึงวันหนึ่งลิงตัวที่หนึ่งร้อยทำเช่นนั้น ก็ส่งผลให้ลิงทั้งฝูงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ทั้งหมด จะกี่ร้อยตัวก็ตาม ลิงทั้งฝูงกินมันฝรั่งไม่ติดทรายตั้งแต่ลิงตัวที่หนึ่งร้อยทำ

นี่คือปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมกลุ่มของลิงทั้งฝูง

มีบางทฤษฎีรายงานว่า จำนวนที่จะนำให้เกิดพฤติกรรมใหม่ต้องมีถึง 30% ของทั้งหมด ถ้าลิงเพียง 15 ตัวทำ ก็จะยังไม่ส่งผลต่อทั้งหมด ต่อเมื่อถึงจำนวน 100 ตัวทำ จึงมีพฤติกรรมทั่วทั้งกลุ่มตามมา

ลิงคงรู้สึกตัวได้เองว่า ถ้ากินมันฝรั่งไม่ติดทรายจะทำให้ท้องไส้ดีขึ้น มันจึงพากันทำตาม

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า พฤติกรรมใหม่ทั่วทั้งหมดจะเปลี่ยนไปสู่คุณภาพใหม่ได้ต้องมีจำนวนที่แน่นอนลงมือทำ และการกระทำนั้นจะต้องมีผลเชิงประจักษ์ด้วยตนเองว่า พฤติกรรมใหม่จะดีกว่าพฤติกรรมเก่า

ใครจะนำนิทานเรื่องนี้ไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของบุคคลในองค์กร โปรดพิจารณาตามอัธยาศัย


ติดตามงานเขียนได้ที่ FACEBOOK : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

 

คุ้มเกล้าฯ ชาวเลราไวย์

728007

 

มะพร้าวและชาวเล คลื่นลมเห่ ทะเลใหญ่

มีชุมชนราไวย์ กรุ่นกลิ่นไอ บรรพชน

ภูมิบ้านและภูมิเมือง มีเรื่องราว มีตัวตน

พระบารมีล้น ปกคุ้มเกล้าฯ เหล่าชาวเล

 

รุ้งเรืองรอง “ระวี ภาวิไล”

20170318_ravee

ใครเลือกเกิดกายได้หมายมั่น
ใครกันเลือกเผ่าพงศ์วงศา
แต่หลังการเกิดกายอาจหมายตา
ไขว่คว้าความดีให้ชีวิต

ชีวิตมีหลายหลากซึ่งทางเลือก
มีเปลือกมีกระพี้มีถูกผิด
ชีวิตหนึ่งเลือกทางนิรมิต
เลือกยกระดับจิตยกใจตน

ยกวิญญาณขึ้นไปเสมอดาว
หยิบเดือนดาวแพรวพราวบนหาวหน
น้อมศึกษาจักรวาลเวียนวน
เชื่อมโยงผู้คนบนแผ่นดิน

แผ่นดินควรประดับด้วยความจริง
ความงามความดียิ่งทุกฐานถิ่น
มอบ”ปรัชญาชีวิต”ไว้ยลยิน
เป็นน้ำทิพย์ดื่มกินทางปัญญา

“ปีกหัก”กับ”ทรายและฟองคลื่น”
“คุณค่าชีวิต”ชื่นควรค้นหา
“เอนกอนันตภพ”นับเนื่องมา
“สาธนา””เพ่งพินิจเรื่องชีวิต”

แจ้งจิต”ชีวิตที่ดีงาม”
“รู้สึกนึกคิด”ตามเสรีสิทธิ์
“ท้องฟ้ากลางคืน”แม้มืดมิด
อรุณรุ่ง”ดวงอาทิตย์”สาดแสงทอง

ปฏิบัติสัจจะสุนทรียะ
ชวนชำระจิตใจใสสวยส่อง
สุคติในสัมปรายจักสมปอง
รุ้งเรืองรอง”ระวี ภาวิไล”

—-

ประสาร มฤคพิทักษ์
18 มีนาคม 2560

อานุภาพของทัศนคติเชิงบวก

20170311_positive2

ในการบรรยายของผมครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีมาแล้ว ที่บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เรื่อง “ทัศนคติเชิงบวก” หรือเรียกในภาษาอังกฤษว่า Positive Mental Attitude (PMA) ผมได้ขอให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบง่ายๆ หนึ่งหน้าโดยถามว่า อดีตของทุกคนได้ทำอะไรมาแล้ว ที่เป็นผลงานของตนเอง และผู้เรียนรู้สึกภูมิใจในงานนั้น เช่น เคยเป็นหัวหน้าชั้นเรียน เคยสอบไล่ได้ที่หนึ่ง เคยช่วยคนจมน้ำ เคยเฝ้าแม่ป่วยที่โรงพยาบาล ฯลฯ ขอให้เขียนมาคนละ 10 อย่าง

เมื่อเขียนกันได้แล้ว ด้านขวามือของกระดาษทดสอบ จะมีตารางที่ระบุว่า ปัจจัยหรือแรงจูงใจที่ทำให้เกิดผลงานนั้นๆ คืออะไร เช่น ความรู้และทักษะในงาน การมีมนุษยสัมพันธ์ ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แก้ปัญหาเฉพาะหน้าหน้าเก่ง ได้ความนับถือจากคนในครอบครัว ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ฯลฯ ปรากฏว่าทุกคนสามารถจะเขียนประสบการณ์ของตนเองได้ บางคนเขียนได้มากกว่าสิบอย่างก็มี

ผู้เรียนคนหนึ่งเขียนว่า “ได้ช่วยคนประสบอุบัติเหตุที่พูดไม่ได้ ให้สามารถพูดได้” นับเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ จึงถามไถ่รายละเอียด ซึ่งทำให้ผมได้รับความรู้ว่า เพื่อนของเขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ถูกกระทบกระเทือนทางประสาทจนทำให้ไม่สามารถพูดได้

อยู่โรงพยาบาลมาแล้ว 3 เดือน หมอและพยาบาลรวมทั้งญาติๆ รู้สึกสิ้นหวังว่า คนป่วยคงจะไม่สามารถพูดได้ ในฐานะเป็นเพื่อนสนิทกันไปเยี่ยม จึงใช้ความพยายามไปหาเครื่องเล่นเทปเสียงมา แล้วเลือกเทปเพลงที่คนป่วยชอบฟังมาเปิดให้คนป่วยฟังในห้องคนไข้

ทันทีที่เสียงเพลงที่คุ้นเคยดังขึ้น คนไข้ที่ก่อนหน้านี้ร่างกายไม่ไหวติง ก็ขยับให้จังหวะช้าๆ โดยเอามือเคาะกับต้นขา แรกๆ จังหวะจะช้ามาก และแล้วก็ค่อยๆ เร่งเคาะมือเพื่อไล่ตามจังหวะเพลง แต่ก็ยังไม่ทันจังหวะเพลง

ทันทีที่มือคนไข้เคลื่อนไหว น้ำเสียงแห่งความตื่นเต้นของพยาบาลและญาติๆ ที่ห้อมล้อมเตียงคนไข้ ก็ดังขึ้น ด้วยสีหน้าแห่งความปิติ ปากของคนไข้ค่อยๆ ขยับส่งเสียงในลำคอว่า “อ้อ อ้อ” เหมือนอยากร้องเพลงคลอตามเสียงเพลง ความดีใจของผู้คนรายรอบยิ่งเพิ่มมากขึ้น ความหวังว่าคนไข้จะพูดได้ เข้ามาแทนที่ความสิ้นหวัง

หลังจากนั้น สิ่งที่คนไข้คุ้นเคย ถูกนำมาเป็นสื่อสนทนากับคนไข้ เมื่อญาติเอาเงาะมาให้กิน คนไข้ก็จะเปล่งเสียงว่า “เอ๊าะ เอ๊าะ” เอาเสื้อตัวโปรดมาให้ คนไข้ก็บอกว่า“เอื้อ เอื้อ” สิ่งของ เครื่องใช้ ถูกนำมาให้เห็น ให้สัมผัส ให้ได้ยิน และแล้วประสาทรับรู้ต่างๆ ค่อยๆ ทำงานดีขึ้น จนในที่สุด คนไข้สามารถพูดและเคลื่อนไหวได้เหมือนปกติ
นี่คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของคนไข้คนหนึ่ง

ในบรรดาหนทางที่ตีบตันนั้น หากคนเราใช้ความพยายามอย่างจริงจัง ย่อมหาทางออกได้ คนที่ทำเรื่องดีๆ เช่นนี้ได้ จะต้องมีทัศนคติเชิงบวก ( Positive Mental Attitude ) ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงจะก่อให้เกิดพฤติกรรมที่สวยงามได้

อานุภาพของทัศนคติเชิงบวกยิ่งใหญ่เสมอ


ติดตามงานเขียนได้ที่ FACEBOOK : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

ใครบ้ากันแน่

20170311_whosmad

ที่วัดแห่งหนึ่ง มีกฎเหล็กของวัดว่า วันไหนๆ ชาวบ้านก็สามารถเข้ามาในวัดได้ ไม่ว่ายามกลางวัน หรือยามค่ำคืน ยกเว้นวันขึ้น 15 ค่ำ เวลาหลังตะวันตกดินแล้วเท่านั้นที่ห้ามชาวบ้านเข้าไปในวัดเป็นอันขาด ใครฝืนกฎเหล็กข้อนี้จะมีบาปสถานหนัก ถึงขนาดกลายเป็นคนเสียสติไปได้ทีเดียว

ใครๆ ก็เชื่อกฎเหล็กนี้ และเคารพกฎนี้มาเป็นเวลาหลายปี กล่าวคือ พอค่ำวันขึ้น 15 ค่ำทีไร ทางวัดจะปิดประตู ลั่นดานเงียบ ไม่มีใครกล้าก้าวล่วงเข้าไปในวัด เพราะกลัวจะกลายเป็นคนบ้า

คืนหนึ่งในวันขึ้น 15 ค่ำ ราวสองทุ่มเศษ เจ้าหนุ่มคนหนึ่งร่างกายกำยำล่ำสัน มันนึกสงสัยเป็นกำลังว่ามันมีอะไรกันนักหนาในวัด จึงต้องห้ามคนเข้า มันจึงแหกกฎเหล็กปีนกำแพงเข้าไป เดินสำรวจตามกุฏิต่างๆ ก็เอะใจว่า พระหายกันไปไหนหมด จึงเลยไปดูที่โบสถ์ เห็นรองเท้าวางเกลื่อนหน้าประตูโบสถ์ จึงแง้มประตูดู

ภาพที่เห็น ทำให้หนุ่มถึงกับผงะ เพราะพระทั้งวัดกำลังนั่งดวดเหล้ากันครื้นเครง เหล้ายาปลาปิ้งวางเรียงรายเต็มพื้นโบสถ์ บ้างกำลังเมา บ้างส่งเสียงร้องเพลง บ้างกำลังพล่าม บ้างกำลังแทะขาไก่ จึงรีบออกมานอกวัดแล้วป้องปากป่าวประกาศเสียงดังลั่นว่า

“พระ พระ พระทั้งวัดกำลังเมาเหล้ากันอยู่ในโบสถ์ ไปดูซิ”

ชาวบ้านได้ยิน ต่างหัวเราะแล้วชี้มือไปที่ไอ้หนุ่ม พลางพูดกันเองว่า

“นั่นไง…ไอ้นี่มันบ้าแล้ว วัดเขาไม่ให้เข้าวันนี้ มันเสือกเข้าไป มันเลยเป็นบ้าเห็นไหม”

ใช่หรือไม่ว่า ความเชื่อสาธารณะอาจมีถูก และอาจผิด พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ในกาลามสูตรว่า อย่าเชื่อเพราะเห็นเป็นครูบาอาจารย์ อย่าเชื่อตามตำรา อย่าเชื่อเพราะเคยปฏิบัติกันมา หากควรเชื่อด้วยสติปัญญาและเหตุผล


ติดตามงานเขียนได้ที่ FACEBOOK : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

 

กรณีชินคอร์ปไม่เสียภาษี 1.6 หมื่นล้านบาท

20170308_shincorp

กรณีการขายหุ้นชินคอร์ปให้กับเทมาเสกซึ่งนายทักษิณ ชินวัตร มีภาระภาษีราว 1.6 หมื่นล้านบาทที่ยังไม่ได้ประเมินจ่ายให้แก่รัฐ จนเวลาล่วงเลยมาเกือบครบกำหนด 10 ปี ที่จะหมดอายุความเรียกเก็บได้ในวันที่ 31 มี.ค.60 นี้ และนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงการคลัง กำชับกรมสรรพากร ให้ติดตามประชุมหน่วยงานและรายงานต่อรัฐบาลต่อไปนั้น

ขอแสดงความเห็นว่า เป็นความรับผิดชอบของกรมสรรพากรที่ไม่ได้ออกหมายเรียกนายทักษิณ ชินวัตร มายื่นแบบแสดงรายได้ภายใน 5 ปี

แม้กระนั้นก็ตาม ขณะนี้ก็ยังอยู่ในระยะ 10 ปีที่กฏหมายให้อำนาจไว้ด้วยเหตุผล 2 ประการ

1.เงินภาษีถึง 1.6 หมื่นล้านบาท เป็นพันธะของผู้ขาย และเป็นผลประโยชน์ที่รัฐพึงได้

2.คสช.เป็นองค์อธิปัตย์ มีอำนาจที่จะบังคับผู้ขายได้ภายในวันเวลาที่กำหนด

จึงขอเสนอให้ คสช.ใช้อำนาจตามมาตรา 44 จัดการเรียกนายทักษิณมายื่นแบบเสียภาษีดังกล่าวภายในเดือนมีนาคม ศกนี้

ส่วนกรมสรรพากรที่ไม่ได้ออกหมายเรียกภายในระยะเวลา 5 ปี

รัฐบาลควรไปไล่เบี้ยว่าเป็นความรับผิดชอบของใคร เพราะเข้าข่ายกระทำความผิดข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ของประมวลกฏหมายอาญา


ติดตามงานเขียนได้ที่ FACEBOOK : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

ไอ้เรืองผู้เรืองฤทธิ์

20170305_ruangrit

ไอ้เรืองคุยเขื่องกับทุกคนที่พบว่าตนเองแน่  แน่ขนาดไหน แน่ขนาดที่ท้าทายเพื่อนว่า  เขาสามารถทำอะไรได้ดังใจทั้งสิ้น เพื่อนจึงเอาถังน้ำมาใบหนึ่ง ใส่น้ำให้เต็มแล้วบอกว่า

“เอ็งแน่จริง ต่อยน้ำในถังนี้ให้เป็นรูดูทีวะ ถ้าเอ็งทำได้ข้าจะยอมเอ็งทุกอย่าง”

ไอ้เรืองรับคำท้าของเพื่อนอย่างมั่นใจแล้วลุกขึ้นยืน กำหมัดแน่น หายใจลึกรวบรวมกำลังเต็มร่างแล้วทิ่มหมัดลงในน้ำ เมื่อชักมือออกมายังไม่ทันพ้นผิวน้ำ รูหมัดนั้นก็ถูกน้ำเข้ามาแทนที่ ไม่มีรูปรากฏให้เห็น ไอ้เรืองเจ็บใจจึงทิ่มหมัดลงไปใหม่ด้วยกำลังแรงกว่าเดิม ทำอยู่หลายครั้ง น้ำก็เข้าแทนที่บริเวณนั้นทุกทีไป ไอ้เรืองเหนื่อยแรง จึงพูดเสียงอ่อยว่า

“ข้าหมดปัญญา ข้ายอมแพ้แล้ว”

ไอ้เรืองที่ว่าแน่ ยังยอมแพ้ให้แก่น้ำ ถามว่าคนเก่งกว่าไอ้เรือง มีอยู่หรือไม่ในโลกนี้ ขอบอกว่า คนที่เก่งกล้ากว่าไอ้เรืองมีอยู่เพียงสองคนเท่านั้น คนหนึ่งนั้นยังไม่เกิด ส่วนอีกคนนั้นตายไปแล้ว


ติดตามงานเขียนได้ที่ FACEBOOK : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES

คำพูดที่พลิกสถานการณ์

20170305_flight

ในระหว่างไปอบรมเรื่อง “การบริการเหนือความคาดหมาย” (SERVICE  BEYOND  EXPECTATION) ให้กับพนักงานต้อนรับของสายการบินเอกชนแห่งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน  ได้ฟังเรื่องจริงที่เกิดขึ้นบนเครื่องที่น่านำมาถ่ายทอด

เครื่องบินเอกชนลำนั้นทะยานขึ้นสู่ฟ้าจากสนามบินจังหวัดกระบี่มุ่งสู่กรุงเทพฯ

เมื่อเครื่องบินขึ้นในระดับขนานกับพื้นโลก พนักงานต้อนรับชายชื่อสำราญ เข็นรถอาหารกล่องออกมา ลากไปตามช่องทางเดิน เขาหยิบเอากล่องอาหารเสิร์ฟผู้โดยสาร

ผู้โดยสารฝรั่งคนหนึ่งเปิดกล่องอาหารทันที เห็นยุงตายสองตัวติดในกล่องแถมมากับแซนด์วิชด้วย จึงชี้นิ้วให้ดู พร้อมกับส่งเสียงดัง เหมือนต้องการประจานว่า

“MOSQUITOES !  MOSQUITOES !”  ( ยุง! ยุง! )

เจ้าหนุ่มน้อยสำราญรีบหยิบกล่องใหม่ในรถเข็น เปิดกล่องดูก่อน เห็นไม่มียุงแล้วรีบขอเปลี่ยนกล่องพร้อมกับพูดว่า

“I’M SORRY, THE MOSQUITOES WANT TO GO TO BANGKOK” (ขออภัยยุงมันจะเดินทางไปกรุงเทพฯ)

เสียงเฮดังขึ้นรอบบริเวณ ฝรั่งคนนั้นเปลี่ยนสีหน้าจากเครียดเป็นยิ้ม ยกนิ้วโป้งให้ เหมือนต้องการจะ

บอกว่า“นายแน่มาก”

ทัศนคติเชิงบวก ผนวกกับอารมณ์ขัน และใช้คำพูดเป็น เปลี่ยนสถานการณ์จากร้ายกลายเป็นดีได้ทันที



ติดตามงานเขียนได้ที่ FACEBOOK : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานบริการฝึกอบรมได้ที่หน้า TRAINING COURSES