หัวใจของการปรองดอง : แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง

20170214_reconciliation

ความพยายามที่จะให้เกิดการปรองดองภายในชาติ ในครั้งนี้ได้รับการตอบรับจากหลายฝ่าย เป็นเรื่องน่าติดตามว่าจะประสบผลมากน้อยเพียงใด

ผู้เขียนมีความเห็นที่ขอแลกเปลี่ยนไว้ ณ ที่นี้ 3 ประเด็น

ความเป็นจริงของการปรองดอง

  1. การปรองดอง ไม่ใช่มะม่วงบ่มแก๊ส ที่จะกำหนดได้ว่าอีก 3 วัน มะม่วงจะสุกพอที่จะกินได้ เรามีคณะกรรมการเพื่อความปรองดองมาหลายชุดแล้ว จนจำชื่อกันไม่ได้ ในเวลา 7-8 ปีมานี้  ตั้งแต่ชุด อ.คณิต ณ นคร  ชุดของสถาบันพระปกเกล้า  ชุดของคุณดิเรก  ถึงฝั่ง อดีต ส.ว.  ชุด ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์  ในนามของสภาปฏิรูปแห่งชาติ แต่การปรองดองก็ยังเป็นปัญหาอยู่จนบัดนี้

  1. การปรองดองไม่มีใครจะได้เต็ม 100 % มันเป็นการ “ลดในส่วนของตน เพิ่มในส่วนของคนอื่น” ฝ่ายหนึ่งบอกว่าต้องล้างผิดให้กับทุกคนทุกคดี ไม่ว่าคดีจะหนักเบาแค่ไหนก็ตาม อีกฝ่ายบอกว่าเป็นไปไม่ได้          เพราะเท่ากับเป็นการทำลายระบบความยุติธรรมของประเทศ จะกลายเป็นว่านิติรัฐ ไม่มีความหมายอีกต่อไป ดังนั้นหากคู่ขัดแย้งบอกว่าตนเองต้องได้ ตามข้อเรียกร้องไปเต็มๆ จึงยากจะทำให้การปรองดองเกิดขึ้นได้

  1. การปรองดองจะไม่สำเร็จเบ็ดเสร็จได้ด้วยองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แม้กระทั่ง ป.ย.ป. ก็ตาม ตราบใดที่ความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจและสังคมยังแก้ไขไม่ได้ ตราบใดที่การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมยังเป็นปัญหาอยู่ ตราบใดที่การทุจริตยังคงอยู่ ตราบใดที่การบริหารราชการแผ่นดินยังไม่อาจแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตราบนั้นความขัดแย้งยังดำรงอยู่

  1. การปรองดองไม่อาจเกิดได้ด้วยการบังคับ การมัดมือชก หรือการยัดเยียดใดๆ มันเป็นเรื่องของความสุกงอมทางความคิดและจิตใจ ที่เกิดขึ้นทั้งจากสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวย และสภาพจิตใจของคนที่ยกระดับ หรือก้าวข้ามความขัดแย้งปลีกย่อยไปสู่จุดมุ่งหมายใหญ่ที่มีความสำคัญมากกว่า

 

หัวใจของการปรองดอง

เราอาจใช้คำว่า “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง” มาเป็นแง่คิดในการดำเนินวิถีปรองดองในขณะนี้ได้

ศัพท์คำนี้เป็นของ เหมาเจ๋อตุง  ผู้นำคอมมิวนิสต์จีน ตัวอย่างที่คลาสสิคมาก คือการต่อสู้ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์จีนกับพรรคก๊กมินตั๋งของเจียงไคเชค เมื่อกว่า 70 ปีล่วงมาแล้ว

ในขณะที่ทั้งสองพรรคเป็นปฏิปักษ์กันสุดฤทธิ์ เป็นเวลาเดียวกันกับที่กองทัพญี่ปุ่นบุกรุกจีน หมายจะครอบครองจีนแผ่นดินใหญ่  ผู้นำจีนคอมมิวนิสต์คนสำคัญคือ โจว เอิน ไหล ได้ใช้แนวทาง “แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง”  โดยเจรจาสามัคคีกับ เจียงไคเชค อาศัยจุดร่วมเดียวกัน คือขับไล่กองทัพญี่ปุ่นออกไปจากแผ่นดินจีน โดยไม่พูดถึงอุดมการณ์ที่แตกต่างกันของทั้งสองพรรค แล้วในที่สุด ทั้งสองพรรคนี้ก็ขับไล่เอาชนะกองทัพญี่ปุ่นได้  แม้ในเวลาต่อมา เจียงไคเชค จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้พรรคคอมมิวนิสต์จีน จนต้องถอยร่นไปอยู่เกาะฟอร์โมซา คือไต้หวันก็ตาม

การเปิดพื้นที่ การมีเวที เพื่อรับฟังความเห็นใน  ประเด็นของ ป.ย.ป. ที่กำหนดไว้แล้ว เป็นประเด็นที่มองไปถึงอนาคตในด้านต่างๆ ที่เอื้อต่อการพูดถึง “จุดร่วม”ที่สามารถเดินไปในทิศทางเดียวกันได้ของคู่ขัดแย้ง เช่น อยากเห็นกระบวนการยุติธรรมและกฎหมายในประเทศไทย เป็นอย่างไร

ในทางกลับกัน ถ้ามีการหยิบยกประเด็นขึ้นมาชี้ผิดชี้ถูก เช่นว่า

“ ใครฆ่าหกศพ ที่วัดปทุมวนาราม”

“คสช. เป็นคู่ขัดแย้ง ไม่ควรมาทำหน้าที่คนกลางในการปรองดอง”

“กระบวนการยุติธรรมไทยกลั่นแกล้งทักษิณ”

“ไม่มีชายชุดดำในหมู่คนเสื้อแดง”

“ต้องเอาทหารมาเซ็น เอ็มโอยูด้วย”

คำพูดเหล่านี้ ทำให้เกิดการโต้เถียงที่หาจุดจบไม่ได้ การชี้ถูกชี้ผิดในเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในรอบ สิบกว่าปีที่ผ่านมา ศาลสถิตยุติธรรมกำลังทำหน้าที่อยู่แล้ว ใครอื่นไม่ควรไปแย่งหน้าที่ศาลทำ

ในเวทีการรับฟังความเห็น จึงควรเป็นเวทีที่ทุกฝ่าย จะแสดงความปรารถนาร่วมกันในประเด็นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปฏิรูป กฎหมาย สิ่งแวดล้อม การสื่อสาร และอื่นๆ เป็นท่าทีวาดหวังอนาคต ซึ่งไม่ต้องมีประเด็นขัดแย้งระหว่างกัน ทำเช่นนี้ได้ ย่อมมุ่งหมายบรรยากาศการปรองดองได้

 ข้อเสนอเฉพาะหน้า  3 ย.

ความจริงคณะกรรมาธิการศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองของ สปช. ชุด ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์  เป็นประธาน ได้บูรณาการบทสรุปของคณะกรรมการปรองดอง ชุดอื่นๆในอดีต ผนวกกับการไปรับฟังปัญหาจริงทั้งครอบครัวผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต ผู้ต้องขังในเรือนจำ และบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรง อย่างทั่วถึงพอสมควร จนตกผลึกมาเป็นข้อเสนอแบบรวบยอดที่รัฐและสังคมไทย พึงน้อมนำมาปฏิบัติ โดยเฉพาะสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงนั้น สิ่งที่สามารถทำได้ก่อน คือ 3 ย.

1. แยกแยะ คือแยกความหนักเบาของคดีที่เกิดขึ้น ในช่วงความรุนแรงที่ผ่านมา

คนที่ตามแห่เดินเข้าไปในทำเนียบรัฐบาลด้วย  ในช่วงที่พันธมิตรปักหลักอยู่ในทำเนียบรัฐบาล คนที่ตามไปดูเหตุการณ์ที่พันธมิตรไปชุมนุมที่สนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิ  คนที่ไปยืนดูเหตุการณ์ไฟไหม้ศาลากลางจังหวัด 4 จังหวัด  คนที่ใส่เสื้อแดงไปร่วมชุมนุม นปช. ที่สี่แยกราชประสงค์

บุคคลเหล่านี้ เป็นคดีลหุโทษ ควรแยกแยะออกจากคนที่ยิงอาร์พีจีใส่วัดพระแก้ว คนที่เอาน้ำมันราดจุดไฟเผาศาลากลาง คนที่กราดปืนยิงผู้ชุมนุม คนที่เป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริต คนที่ทำผิดต่อสถาบันเบื้องสูงตามกฎหมายอาญามาตรา 112

ขณะนี้ สนช. โดยกรรมาธิการด้านการเมือง ที่มี นายกล้านรงค์ จันทิก เป็นประธาน ได้นำเสนอร่าง พ.ร.บ. อำนวยความยุติธรรม ทางอาญาที่เกี่ยวเนื่องกับมูลเหตุจูงใจทางการเมือง พ.ศ. …  เป็น พ.ร.บ. ที่ให้มีคณะกรรมการที่เป็นกลางชุดหนึ่ง ขึ้นมาทำหน้าที่แยกแยะคดีเหล่านี้  หากฎหมายฉบับนี้ออกมาได้ ก็จะมีคุณูปการยิ่งต่อการปรองดอง

2.เยียวยา ความจริงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงนั้น ดำเนินมาตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ควักกระเป๋าจ่ายให้ครอบครัวที่เสียชีวิตไปครอบครัวละ 7.5 ล้านบาท แต่เป็นการจ่ายที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เพราะไม่มีกฎระเบียบใดรองรับ ทำให้เป็นอีกประเด็นปัญหาของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะต้องรับการตรวจสอบ

ถ้ารัฐบาลสามารถจะรวบรวม สืบค้น แล้วให้ความเป็นธรรมในการเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมเป็นธรรมและทั่วถึง จะเป็นผลดีมาก

3. ยืนยัน คือการยืนยันว่าคดีอาญาร้ายแรง เช่น คนเผาศาลากลาง คนเผาห้างสรรพสินค้า  คนราดน้ำมัน  คนยิง  คนฆ่า คนสั่งให้ใช้ความรุนแรง  คนที่ผิดอาญา มาตรา 112   คนทุจริต  บุคคลเหล่านี้ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หาหลักฐานมาปกป้องตนเองได้ ก็พ้นผิดไป  ถ้าศาลสั่งมีความผิดก็รับโทษทัณฑ์ไป ส่วนจะรอลงอาญา  พักโทษ  อภัยโทษ หรือนิรโทษ  เป็นเรื่องที่จะตามมาภายหลังจากการพิจารณาของศาลแล้ว

ทั้ง 3 ประการ คือ แยกแยะ เยียวยา ยืนยัน   เป็นกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์  หรือยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน ที่สามารถทำได้เลย  โดยไม่มีใครคัดค้าน เป็นเรื่องสมเหตุสมผล  ถ้าทำได้คู่ขนานกันไปกับการเร่งผ่าน พ.ร.บ. อำนวยความยุติธรรมฯ ดังกล่าว ก็จะเป็นคุณูปการมหาศาลต่อการปรองดอง

ส่วนในระยะไกลนั้น การสร้างบรรยากาศแห่งความปรองดอง การมีมาตรการป้องกันความแตกร้าว รุนแรง ยังเป็นภารกิจต่อเนื่อง ที่ควรมีองค์กรที่แน่นอนขึ้นมารับผิดชอบอย่างเป็นกิจจะลักษณะต่อไป


 

ติดตามงานเขียนได้ที่ FACEBOOK : PRASARN MARUKPITAK  

ติดต่องานอบรมโดยประสาร มฤคพิทักษ์

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s