วีรบุรุษผู้มาสาย

20170121_hero

เรื่องเก่าที่มีค่ายิ่ง  ควรแก่การนำมาเป็นบทเรียน

กระทรวงกลาโหม สหรัฐอเมริกา มีความรู้สึกช้ามาก เพราะมามอบเหรียญกล้าหาญให้แก่วีรบุรุษของประเทศ เมื่อเวลาล่วงไปแล้ว 30 ปี

เมื่อ 16 มีนาคม 2511  นายฮิว ทอมป์สัน (HUGH  THOMPSON)  นักบินนำเฮลิคอปเตอร์ไปสนับสนุนการรบที่หมู่บ้านไมไล (My Lai) ในสงครามเวียดนาม โดยการร้องขอของร้อยโทวิลเลี่ยม เคลลี่ ผู้บังคับหมวดทหารราบที่ปฏิบัติการในบริเวณนั้น

“ต้องทำลายหมู่บ้านนี้เพื่อรักษาหมู่บ้านนี้เอาไว้”

เป็นคำสั่งของเคลลี่ที่สั่งทอมป์สันให้ช่วยไล่ล่าฆ่าชาวบ้าน ทอมป์สันเห็นการสังหารหมู่อย่างทารุณต่อชาวบ้านไมไล ซึ่งมีเด็กและผู้หญิงที่ปราศจากอาวุธ

ในเวลานั้นคนอเมริกันจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า

“ถ้าคุณไม่ใช่พวกเรา ก็ต้องเป็นศัตรูของเรา”

แล้วทอมป์สันทำอย่างไร

แทนการปฏิบัติตามคำสั่งของเคลลี่ ทอมป์สันกลับช่วยชาวบ้านเวียดนามให้หนีขึ้นบนเครื่องเฮลิคอปเตอร์ของเขา โดยเขาและลูกน้องใช้ปืนขู่ทหารสหรัฐด้วยกันไม่ให้ตามมาสังหารชาวบ้านไมไลที่เขาช่วยออกมา

ทอมป์สันให้สัมภาษณ์นักข่าว เอพี เมื่อวันที่  6 มีนาคม 2541 ว่า

“ผมยังฝันร้ายอยู่จนทุกวันนี้ ที่เห็นทหารอเมริกันสังหารหมู่ชาวบ้านที่ไม่มีอาวุธ ทั้งๆที่ไม่มีการยิงใส่ทหารอเมริกันแม้แต่นิดเดียว และไม่มีข้าศึกอยู่ในบริเวณนั้นด้วย”

ร้อยโทเคลลี่ถูกศาลทหารตัดสินเมื่อปี 2541 ว่ามีความผิดจริงในการสั่งให้สังหารหมู่ชาวบ้านไมไลในเวียดนามกว่า 100 คน และถูกพิพากษาจำคุก 20 ปี

ในขณะที่ทอมป์สันถูกทิ้งให้ลืมไปถึง 30 ปี กว่าจะกลายเป็นวีรบุรุษผู้มาสาย

สามสิบปี เป็นเวลาที่เนิ่นนานพอควร แต่ทำให้โลกประจักษ์ในตัวอย่างอันงดงามของบุคคลผู้มีวิจารณญาณที่สามารถตัดสินใจด้วยตนเองได้ว่า คำสั่งใดควรปฏิบัติ และปฏิเสธคำสั่งที่ไม่ควรปฏิบัติ ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้ออกคำสั่ง 


ติดตามงานเขียนได้ที่ Facebook : Prasarn Marukpitak  

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s